ทำไมคนฝึกโยคะถึงบุคลิกดี?

คนไม่สวย เดินสวย ก็ดูสวย

แต่คนสวย เดินไม่สวย ก็หมดสวย

เป็นประโยคที่กวางจำได้แม่น เพราะนอกจากจะชอบความเจ้าสำบัดสำนวนของอาจารย์โยคะคนที่พูดแล้ว ประโยคนี้ยังมาพร้อมกับทางแก้ด้วย

ตอนสมัยแรกๆ ที่กวางเริ่มฝึกโยคะ กวางไม่ค่อยได้ยินเกี่ยวกับประโยชน์ของโยคะในด้านการปรับบุคลิกภาพเท่าไหร่ เพราะชื่อเสียงของโยคะที่คนส่วนใหญ่รู้จักจะออกไปในแนวสร้างความยืดหยุ่น สุขภาพร่างกายภายนอกภายใน และช่วยเรื่องความอ่อนเยาว์มากกว่า

แต่พอได้เข้ามาฝึกโยคะ เราได้เห็นบุคลิกภาพที่เปลี่ยนไปของตัวเอง ของคนรอบตัวทั้งนักเรียนและรุ่นพี่ที่ฝึกโยคะมาด้วยกัน รวมถึงได้ศึกษาประโยชน์ของท่าโยคะที่ส่งผลต่อร่างกายแต่ละส่วน ก็พอจะเข้าใจว่าโยคะช่วยเปลี่ยนบุคลิกภาพของเราได้อย่างไร วันนี้เลยอยากจะมาเล่าให้ฟังค่ะ

หลังค่อม ไหล่ห่อ คอยื่น 

ต้องบอกก่อนว่าโดยอาชีพแล้วกวางเชื่อว่าครูโยคะโดยส่วนใหญ่จะเป็นนักสังเกต คือเมื่อเราทำงานอยู่กับร่างกายคนมากๆ เราจะเห็นไปเอง และสิ่งที่กวางสังเกตเห็นคือ คนในยุคนี้หลังค่อมมากขึ้นกว่าเมื่อสมัยแรกที่กวางมาฝึกโยคะเยอะมาก เมื่อก่อนอาการนี้ไม่ได้พบเห็นได้บ่อยเท่านี้ แต่สมัยนี้เดินมาสิบคน หลังค่อมไปแล้วสักสามคน ทั้งมีจำนวนเพิ่มขึ้นและองศาของการค่อมชัดเจนมากขึ้นด้วย

สาเหตุหลักของอาการเหล่านี้ก็เกิดจากการใช้งานร่างกายในทิศทางที่ไม่เหมาะสมต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ นอกจากร่างกายจะเกิดความเคยชินในการค้อมตัวไปข้างหน้าแล้ว กล้ามเนื้อยังฉลาด จึงเกิดการปรับตัวตามการใช้งาน ทำให้กล้ามเนื้อหน้าอกเกิดหดสั้นดึงรั้งไหล่ให้ห่อลู่เข้าไปด้านหน้า และกล้ามเนื้อหลังอ่อนแรงลงกลายเป็นหลังที่ค่อมช่วงบนอย่างที่เราเห็นได้ทั่วไปในปัจจุบัน

หากเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ แล้วแก้ไขทัน – ไม่ว่าจะด้วยการออกกำลังกาย หรือการปรึกษาและรับการรักษาโดยนักกายภาพบำบัด (ขึ้นอยู่กับระดับของอาการ)- ก็ถือว่าโชคดีไป แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานอาการเหล่านี้อาจส่งผลเสียกับสุขภาพของกระดูกและข้อต่อของเราได้ในระยะยาวค่ะ

สถานีต่อไป กระดูกคอเสื่อม หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท? 

นึกถึงว่าศีรษะของคนเรานั้นหนักประมาณ 4.5 กิโลกรัม ในบุคลิกภาพปกติที่กล้ามเนื้อของเราอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม น้ำหนักของศีรษะก็จะถูกกระจายลงมาตามแนวกระดูกคอและกระดูกสันหลังอย่างสมดุล ซึ่งคอและหลังของคนเรานั้นถูกออกแบบมาให้รับน้ำหนักศีรษะประมาณนี้อยู่แล้ว ในสภาวะปกติร่างกายก็จะไม่ได้เกิดปัญหาอะไร

แต่ด้วยพฤติกรรมการใช้ร่างกายที่เปลี่ยนไปทำให้บุคลิกภาพของเราไม่อยู่ในตำแหน่งปกติ เช่น มีอาการไหล่ห่อ คองุ้ม หลังแอ่น พุงยื่น (ลองนึกภาพตามนะคะ) องศาของการรับน้ำหนักศีรษะจึงเปลี่ยนไป ทำให้แรงกระทำที่กดทับลงบนกระดูกคอ บ่า ไหล่ หลัง สามารถเพิ่มขึ้นจาก 4.5 กิโลกรัมไปเป็น 27 กิโลกรัมได้เลย

ยิ่งถ้ามีการก้มกดคอมากๆ เป็นเวลานานๆ น้ำหนักที่กดลงมาก็จะเพิ่มขึ้น ดังนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะไม่ปวดเมื่อยคอบ่าไหล่ในแต่ละวัน

นอกจากนี้ในระยะยาว จากแค่อาการปวดเมื่อยหรือบุคลิกภาพดูไม่สวยงาม ถ้าเราปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานมันสามารถนำไปสู่อาการที่หนักขึ้น เช่น ออฟฟิศซินโดรม อาการกระดูกคอเสื่อม กระดูกหลังเสื่อม และหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้เลยทีเดียว

อกผายไหล่ผึ่งแม้ยามอายุเพิ่มขึ้นด้วยโยคะ 

ซึ่งในจุดนี้โยคะนับเป็นการออกกำลังกายที่ตรงจุดมาก ในการฝึกโยคะแต่ละคลาสผู้ฝึกจะได้ฝึกท่าทางที่หลากหลาย ทั้งสร้างความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อ สร้างความแข็งแรง และยังช่วยปรับกล้ามเนื้อให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่สมดุลได้ด้วย

ตัวอย่างเช่น กล้ามเนื้อหน้าอกที่หดสั้นและห่อตัวจากการใช้งาน เมื่อได้มาฝึกท่าที่ช่วยเปิดหน้าอกอย่างอูฐทราสนะ ก็จะช่วยคลายความเกร็งตึงของกล้ามเนื้อช่วงหน้าอก หน้าขา (ที่เกิดจากการนั่งนาน) ช่วยให้หลังแข็งแรง ยืดกล้ามเนื้อคอ ช่วยลดเหนียง ลดไขมันส่วนเกินตามลำคอ และหนอกที่หลัง (Buffalo hump) ปรับสมดุลกล้ามเนื้อของเราจากที่ก้มนานๆ ให้มาอยู่ในทิศทางตรงข้ามบ้าง

หรืออย่างผู้ฝึกใหม่หลายคนอาจจะไม่เคยได้ลองใช้แขนรับน้ำหนักตัวมาก่อนเลย เมื่อมาฝึกท่าโยคะอย่างท่า Downward facing dog แรกๆ ก็อาจจะมีอาการแขนสั่น เพราะกล้ามเนื้อบ่าไหล่หลังยังไม่แข็งแรง ซึ่งก็เป็นสาเหตุนึงที่ทำให้หลังค่อม เมื่อเราฝึกบ่อยๆ เข้ากล้ามเนื้อเหล่านี้ได้หัดใช้งานเพิ่มขึ้น มีความแข็งแรงมากขึ้น จากกล้ามเนื้อหลังที่ห่อตัวมันก็จะมีกำลังในการยืดเหยียดตัวเองขึ้นมาให้ตรงได้ในที่สุด

แล้วยิ่งพอเรามีอายุเพิ่มขึ้น มวลกล้ามเนื้อของเรามีขนาดลดลง ถ้าเรายังคงฝึกโยคะอย่างต่อเนื่องมันก็จะยังคงความแข็งแรงให้เราใช้งานไปได้อีกนานๆ ดังนั้นไม่แปลกใจเลยที่หลายคนจะเคยเห็นผู้สูงวัยที่ฝึกโยคะมาอย่างต่อเนื่องยังคงเดินหลังตรงอกผายไหล่ผึ่งให้เหล่าผู้มาทีหลังอย่างเราได้ชื่นชมกัน

สิ่งเหล่านี้ก็คือผลที่เกิดจากวินัยในการฝึกของเขา ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจที่ดีที่สุดให้อย่างน้อยก็กวางคนนึงละค่ะ (บอกตัวเองต้องไม่เกียจคร้าน สู้ๆ)

กายเปลี่ยน ใจเปลี่ยน 

บุคลิกภาพแบบอกผายไหล่ผึ่งนอกจากจะทำให้เราดูเป็นคนมีความมั่นใจในสายตาของผู้พบเห็นแล้ว พฤติกรรมของการยืนมั่นคงบนสองเท้า หมุนหัวไหล่เปิดไปด้านหลัง อกผายไหล่ผึ่ง หน้ามองตรงไปข้างหน้า ยังเป็นการฝึกนำความรู้สึกตัวกลับมาอยู่กับร่างกายและช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับจิตใจภายในของเราได้ด้วย ยิ่งเวลาที่เรารู้สึกไม่สดใสหรือขาดความมั่นใจ อย่าลืม ยืดตัวขึ้นแล้วยิ้มเข้าไว้นะคะ 😊

แม้ในเวลาที่เรารู้สึกเศร้าหรือห่อเหี่ยว พอเรายิ้มกล้ามเนื้อใบหน้าจะส่งสัญญานกลับไปที่สมอง สารแห่งความสุขก็จะหลั่งออกมา ทำให้เราเป็นคนที่ทั้งบุคลิกดี มีเสน่ห์และมีความสุขขึ้นมาจริงๆ (อันนี้กวางไม่ได้พูดเองนะคะ อ่านมาจากหนังสือของทันตแพทย์สม สุจีราค่ะ) ใครอยากรู้ว่าจริงไม่จริง มาลองฝึกกันนะคะ

ปล. ถ้ากล้ามเนื้อไม่แข็งแรง พอเราฝืนยืดตัวให้ตรงเราก็จะทำได้ไม่นานแล้วก็จะรู้สึกปวดหลัง ดังนั้นดีที่สุดคือมาออกกำลังเพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงแบบยั่งยืนค่ะ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Scroll to Top