ทุกอย่างที่คุณต้องการอยู่ด้านหลังกำแพงของความกลัว

“Everything you want is on the other side of fear – ทุกอย่างที่คุณต้องการอยู่ด้านหลังกำแพงของความกลัว”

กวางปิดสตูดิโอพอดีพอโยคะไปตั้งแต่เดือน 6 ปี 2021 และเปิดสตูอีกทีเดือน 2 ปี 2022 รวมเวลากว่า 8 เดือนที่กวางไม่ได้สอนแบบเจอนักเรียนตัวจริงเลย พอต้องกลับมาสอนบอกได้คำเดียวว่า เครียดค่ะ 🤣

ไม่รู้คนอื่นเป็นมั้ย คือกวางก็ไม่คิดเหมือนกันว่าการหยุดสอนไปนานๆ จะทำให้เราเหมือนกลับไปนับหนึ่งใหม่ขนาดนี้ มีหลายเรื่องที่กวางต้องฟื้นตัวเองเพื่อให้กลับมาอยู่ในจุดที่เคยอยู่ วันนี้เลยอยากจะเอามาแบ่งปันว่าเรื่องที่กวางต้องปรับตัวหลังกลับมาสอนรอบนี้มีอะไรบ้างค่ะ

1. ตื่นเต้น กลัว กังวล

เป็นอาการของครูสอนโยคะมือใหม่เลยละค่ะ ตื่นเต้นว่าพอไปอยู่ตรงหน้าห้องเรียนแล้วเราจะพูดอะไรดี ใจเต้น ตุ๊บๆๆๆ กลัวลืมท่าสอนที่เตรียมมา กังวลว่านักเรียนจะฝึกแล้วไม่ฟิน กังวลไปกังวลมา อุ้ย เริ่มเครียด

ก็เลยต้องบอกตัวเองว่าปล่อยๆๆๆ เลิกคิดว่าใครจะคิดยังไง เล่นแล้วเค้าจะรู้สึกยังไง อยากรู้ก็แค่ถาม ถ้าถามแล้วรู้แล้วส่วนนึงก็ต้องปล่อยให้เค้าจัดการกับความรู้สึกตัวเอง เพราะเราทำได้ดีที่สุดคือสอนให้ดีที่สุดเท่าที่เราทำได้ในทุกๆ คลาส จบ ที่เหลือเดี๋ยวมันมาเอง

กวางว่ามันก็เป็นนิสัยที่ไม่ดีอย่างนึงของกวาง คือเราคาดหวังผลลัพธ์ที่ดีงามทุกครั้งที่เราลงมือทำ ซึ่งมันก็ไม่ตรงตามความจริงเท่าไหร่ ก็เลยต้องคอยเตือนสติตัวเองบ่อยๆ ว่าทำได้แค่ดีที่สุดและปล่อยวางใจให้เป็นนิสัยนะกวาง

ยิ่งช่วงหลังๆ ไปตอบรับงานอื่นเข้ามา ยอมรับเลยค่ะว่ามีผลกับพื้นที่ในสมองของตัวเองพอสมควร

คือกวางเพิ่งค้นพบว่างานสอนโยคะ เขียนบทความ ทำคอร์สออนไลน์ และทำยูทูปแบบที่กวางทำอยู่เป็นงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์มากงานนึง ทำให้พอเราต้องทำงานอื่นที่ใช้พลังสมองและการจัดการเยอะ มันทำให้เราคิดงานไม่ค่อยออก แล้วพอยิ่งคิดไม่ออกเราก็ยิ่งกังวลและเครียดกลับไปเป็นลูปแบบนี้

ตอนนี้กวางก็เลยอยู่ในช่วงทยอยสะสางงานต่างๆ ในชีวิตเพื่อให้ทุกอย่างลงตัว และดำเนินไปพร้อมๆ กันได้มากขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าโดยนิสัยแล้วกวางเองก็ไม่ชอบทำงานอย่างเดียว คือเราชอบทำงานหลายๆ อย่างพร้อมๆ กัน

เพียงแต่ช่วงที่ผ่านมางานบางอย่างมันเกิดเรียกร้องเวลาจากเรามากเป็นพิเศษเลยทำให้ปรับสมอง ปรับตารางชีวิตไม่ทัน ก็หวังว่าตัวกวางเองจะสังเกตและปล่อยวางใจได้บ่อยขึ้นในเรื่องนี้ ถ้าบางอย่างมันจะช้าก็ต้องช้า ดีกว่าทำเสร็จออกมาแบบลวกๆ แล้วเสียใจทีหลังค่ะ

2. จำท่าสอนไม่ค่อยได้

เมื่อก่อนกวางคิดมาตลอดเลยว่าเราเป็นคนความจำดี เราจำชุดท่าที่สอนได้ตั้งแต่ต้นจนจบแบบสบายๆ แต่พอหยุดไปแปดเดือนเท่านั้นละค่ะ ความจริงปรากฎ 55555 ทำไมมันจำอะไรไม่ได้เลย ความรู้สึกเหมือนหยิบมาไว้ในมือแล้วก็ร่วงผล๊อยๆ อยู่แบบนั้น โอ๊ย ชั้นแก่หรอออออ

กวางเลยเพิ่งเข้าใจว่าที่ผ่านมามันคือความเคยชิน เราอยู่กับสิ่งนี้ เราเรียน เราเขียน เราท่อง เราเตรียมสอน เรานอนกลิ้งคิดถึงมันในหัว เราเลยทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่พอช่วงที่ผ่านมาได้หยุดแล้วเอาเวลาไปหมกมุ่นกับเรื่องอื่นในชีวิต จนละทิ้งการสอนไปนาน มันเหมือนกลับมานับหนึ่งใหม่เลยค่ะ

พอต้องนั่งเตรียมสอนนี่รู้เลย เค้นก็ไม่ออก รื้อก็ไม่มา ต้องใช้เวลาค่อยๆ เตาะแตะไปทีละท่า กวางต้องหยิบเอกสารการเรียนเก่าๆ มานั่งเปิดดู มานั่งละเลียดให้ตาให้ใจมันเคยชินกับการร้อยเรียงท่า ลองพูดสอน (แต่วิธีการพูดสอนเป็นอย่างเดียวที่กวางไม่ลืม ส่วนท่าเนี่ยแทบจะเกลี้ยงหัวเลยค่ะ)

เราเลยได้รู้ว่าโอเค การสอนโยคะมันเป็นความเชี่ยวชาญจริงๆ พอไม่ทำนานๆ ความเชี่ยวชาญก็ลดลง แม้จะสอนมาหลายปีมากๆ แล้วก็ตาม เป็นบทเรียนเลยค่ะว่าคราวหน้าอย่าหยุดสอนนานแบบนี้อีก นี่ไม่รู้อีกนานแค่ไหนกว่าจะรื้อให้กลับไปอยู่ในจุดเดิมได้ ก็มีแต่ต้องทำละนะคะ

3. ห้องเรียนใหญ่ขึ้น = ต้องส่งพลังมากขึ้น

คำว่าพลังในความหมายของครูสอนโยคะ กวางว่ามันคือความใส่ใจที่ไปถึงนักเรียนในคลาสของเรา เรามองเห็นเค้า สื่อสารกับเค้า เรียกชื่อได้เมื่อเค้าทำไม่ถูกต้องในบางท่า (แต่การจำชื่อนักเรียนได้ก็เป็นอีกความท้าทายนึงนะคะ) ทำให้เค้ารู้สึกว่าเราทุกคนไปด้วยกันทั้งหมดจริงๆ – ซึ่งเรื่องนี้กวางก็ยังต้องฝึกอีกเยอะเหมือนกันค่ะ

วันแรกที่กลับมาสอนกวางกังวลเรื่องพลังมาก เหมือนมันยังหาความพอดีของพลังงานที่ส่งออกไปไม่เจอ และไม่ใช่แค่พลังงานแต่เรื่องเสียงก็เหมือนกัน เพราะปกติกวางเป็นคนพูดเสียงค่อนข้างเบา ก็ต้องปรับเสียงให้ดังขึ้นโดยที่ต้องระวังไม่ให้ออกมาดูห้วนและกระด้างด้วย เพราะถึงห้องเรียนจะใหญ่ขึ้น แต่กวางเลือกเองที่จะไม่ใช้ไมค์ เพราะอยากให้เสียงเป็นธรรมชาติแบบที่ไม่ผ่านเครื่องเสียงมากกว่า

อีกอย่างคือเสียงเป็นตัวบ่งบอกพลังชีวิต ดังนั้นกวางเลยอยากฝึกเสียงพูดของตัวเองให้ดังกังวาลด้วยค่ะ


การกลับมาเปิดสตูดิโอสอนโยคะรอบนี้กวางเลือกทำแม้จะยังรู้สึกว่าตัวเองไม่พร้อม หลายๆ อย่างถึงไม่พร้อมเราก็ต้องทำ เพราะเราคิดว่ามันเป็นเวลาที่เหมาะสม และมันดีกับเรามากกว่า แม้เรื่องอื่นๆ ในชีวิตตอนนี้ยังคงท้าทายและผลักดันให้เราเติบโตขึ้นในด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งกวางคิดว่าทุกคนเองก็คงมีช่วงเวลาที่ได้ประสบกับสิ่งเหล่านี้ไม่มากก็น้อย และหลายครั้งมันก็ทำให้เรากลัว หรือหวั่นไหว

แต่เวลาที่เป็นแบบนี้กวางเรียนรู้ว่าเราแค่ต้องเดินหน้าเข้าหามัน เดินเข้าหามันแม้เราจะกลัว แม้เราจะรู้สึกหวั่นไหว เพราะสุดท้ายแล้วการหนีไม่ทำให้เราก้าวไปข้างหน้า การหนีสุดท้ายก็พาเรามาจบที่เดิมที่เราวิ่งหนีไปตอนแรก สู้อดทนที่จะเผชิญกับมันตอนนี้ พาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น เผชิญหน้ากับมัน ถึงกลัวก็ทำ ถึงสั่นก็ทำ ไม่ตายหรอกค่ะ ไม่ตายจริงๆ

“เพราะทุกอย่างที่คุณต้องการอยู่ด้านหลังกำแพงของความกลัว” พุ่งชนเข้าไปค่ะ ✌🏻💪🏻
*สตูดิโอเปิดทุกวันจันทร์ อังคาร พุธ ศุกร์ รอบ 18:30-19:30 นะคะ สนใจมาฝึกด้วยกันที่สตูทักไลน์ 096-639-9145 ได้เลยค่ะ 😘

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Scroll to Top