เรื่องราวมันเริ่มมาจากว่าตั้งแต่เมื่อต้นปี 2024 กวางมีความตั้งใจที่จะกลับมาพัฒนาการสอนของตัวเองให้มันก้าวหน้าขึ้น คิดว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องใส่พลังเพิ่มเกียร์ตัวเองเพราะมีจุดที่เราอยากไปถึงอยู่ก็เลยตั้งอกตั้งใจเตรียมสอนสัก 90% ของคลาสที่สอนทั้งหมดได้
ทีนี้พอทำไปทำมาเกือบสักปีนึงที่ผ่านมามันก็ เอ้อ บอกไม่ถูก รู้สึกว่ามันไม่เข้าที่สักที ทำไมหนอมันไม่เข้าไปเป็นเนื้อเป็นตัวกับเราสักที ก็วนๆ เตรียมสอนในกระดาษ ในหัวก่อนไปสอนอยู่อย่างนั้น จนรู้สึกว่า อื้อ อยู่ๆ เมื่อสักอาทิตย์ก่อนมันก็ลอยขึ้นมาเองว่าไปถามอาจารย์สักหน่อยละกัน
ต้องเล่าให้ฟังก่อนว่าการเรียนเป็นครูโยคะกับอาจารย์สำหรับกวางเป็นอะไรที่แปลกนิดนึง คือมันเป็นอย่างที่อาจารย์เคยพูดไว้ทุกอย่างว่าตอนที่เราเรียนแรกๆ เราจะยังไม่รู้หรอกว่าจะถามอะไร จนเราได้ออกไปสอนนั่นแหละเราจะเริ่มมีคำถามมากขึ้น จนตอนนี้ที่กวางสอนมาหลักสิบปีคำถามบางคำถามก็เริ่มหายไป แต่ก็มีอีกหลายคำถามที่โผล่ขึ้นมาอีกเป็นระลอกๆ
โดยเฉพาะช่วงหลังๆ นี้ที่กวางเริ่มตั้งคำถามกับที่มาที่ไปของศาสตร์โยคะในรูปแบบที่เราสอน เหมือนถึงจุดนึงเราจะเริ่มมองหารากของสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ แล้วพอเป็นแบบนั้นก็จะเป็นช่วงสบโอกาสให้ได้ไปนั่งพูดคุยยาวๆ กับอาจารย์ของตัวเอง
จริงๆ เป็นช่วงเวลาที่กวางชอบมากเลยเพราะฟังอาจารย์กวางพูดจะเหมือนได้ฟังเทศน์ไปพร้อมกับได้ความรู้ด้วยคือเติมเต็มทั้งสมองและจิตใจไปในตัว
รอบนี้ก็เหมือนกันได้โอกาสไปปรึกษาท่านเรื่องการเตรียมสอน ก็เล่าให้ท่านฟังว่าเราทำแบบนี้ๆ นะเขียนออกแบบคลาสเตรียมไว้ (เพราะเราก็คิดว่าเราใช้ร่างฝึกมามากแล้ว มันก็คงไม่ต้องสอบทานท่าแล้วมั้ง เตรียมใส่กระดาษไว้แล้วใช้การจำไปสอนเอาก็น่าจะพอ)
ส่วนนึงที่ทำแบบนี้ก็เพราะเรากลัวพลาด กลัวลืมท่า กลัวสอนได้ไม่ฟิน เดี๋ยวนักเรียนไม่สนุกนู่นนี่นั่น แล้วอาจารย์ก็พูดขึ้นมาว่า นั่นแหละตัวนี้แหละที่เป็นตัวไปบล๊อกไว้ เรามีนิวรณ์มากไปเพราะเรามัวแต่ไปพะวงในเรื่องที่ยังไม่เกิดแล้วสิ่งนี้แหละที่เป็นตัวไปบล๊อกสติปัญญา บล๊อกความสามารถของตัวเรา พอเราวิตกจริตมากเกินไปมันก็จะไปบั่นทอนความเชื่อมั่น บั่นทอนพลังความสามารถของเราเอง แล้วท่านก็บอกว่าเราต้องปล่อยวางตรงนี้ให้เราไม่ต้องเตรียมอะไรแค่เตรียมใจ
และยังเสริมอีกว่า “การเตรียมแบบนั้นมันเป็นทางรูป แต่ถ้าการสอนแบบนามมันไม่ต้องเตรียม”
วี๊~ หว่อ วี๊~ หว่อ วี๊~ หว่อ บึ้มมม 🤯
(ซึ่งตรงนี้กวางรู้สึกว่ามันเหมือนวิธีที่หลวงปู่ชาสอนลูกศิษย์ของท่านเวลาขึ้นเทศน์เลยละค่ะ ไม่คิดว่าจะได้ยินคำอธิบายแบบนี้จากอาจารย์ของตัวเองด้วย 🥹)
แล้วก็ได้คุยกันต่อถึงจุดที่กวางเป็นกังวลเพราะเราเคยสัมผัสการสอนของตัวเองช่วงที่ไม่เตรียมมาแล้วว่า พอดำเนินไปถึงจุดนึงเรารู้สึกว่ามันวนซ้ำมันไม่เบิกบานไปต่ออย่างที่เราอยากให้มันไป
ท่านเลยแนะนำวิธีการเตรียมที่ดีมากๆ มาให้อันนึง ซึ่งสำหรับเรามันทำได้ง่ายกว่ามาก คือการฝึกร้อยเรียงท่าด้วยร่างกายแบบทีละกลุ่ม อย่างเช่นถ้าเราเลือกกลุ่มท่ายืนก็ให้เราทำสักวันละ 10 ท่า ดูซิว่าเราจะทำได้มั้ยที่จะต่อท่าไม่ซ้ำกันเลย แล้วดูความเป็นไปได้ที่ท่าเหล่านี้มันจะขานรับกันได้ลงตัว ต่อกันแล้วมันไม่กระโดดไปกระโดดมา ให้เราลองฝึกแบบนี้ไปทีละกลุ่มๆ อาจจะกลุ่มละสัก 3 วัน
ซึ่งพอเราลองกลับมาปรับการเตรียม ปรับการสอนของตัวเองใหม่ก็พบว่าพลังสมาธิและพลังสติในการที่จะอยู่กับคลาสมันมีพลังมากกว่าเดิมเหมือนที่ท่านบอก มันใช้สมาธิมากกว่าแต่ในขณะเดียวกันเราก็อยู่กับคนตรงหน้าได้อย่างเต็มที่มากกว่าเดิม เพราะเราไม่ต้องคอยพยายามจำทุกท่าอยู่ในหัวเหมือนแต่ก่อน
“จิตเราต้องนิ่ง เราต้องมีความเชื่อมั่นเพราะตัวเรานั่นแหละคือแม่เหล็กที่จะดึงดูดคลาสไว้ จะสนุกหรือไม่สนุกมันอยู่ที่เราคุมเกมได้ ถ้าเรามีสมาธิที่นิ่งมันจะดึงจิตของสมาชิกไปเองมันขึ้นอยู่ที่จิตของเรา” ท่านว่าไว้แบบนั้น
😮💨
การสอนโยคะสำหรับกวางจริงๆ มันก็คือการฝึกตัวเองอย่างนึง การที่เราข้ามฝั่งจากผู้เรียนมาเป็นผู้สอนมันไม่ใช่การตัดสินใจที่ยากแต่สิ่งที่ยากมากๆ คือการคงวิถีนี้เอาไว้ ทำยังไงที่เราจะยังทำมันได้ดีและพัฒนาต่อยอดคราฟท์ของเราได้ แล้วก็ยังคงมีความสุขกับวิถีชีวิตรูปแบบนี้ต่อไปได้แม้ในวันที่ยาก
เราจะเรียนรู้จักและเข้าใจสภาวะจิตใจของตัวเองยังไง เรียนรู้ที่จะหามุมมองและความหมายในการทำงานที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของเรายังไง แต่ละคนก็มีโจทย์ในชีวิตที่ต่างกันออกไปและสำหรับกวางมันก็เป็นการบ้านที่กวางยังต้องทำงานกับตัวเองอยู่เรื่อยๆ เพื่อที่จะทำสิ่งนี้ต่อไปได้อย่างมั่นคงและเบิกบาน
การได้พบเจอกับอาจารย์ยังเป็นความมหัศจรรย์ในชีวิตกวางเสมอ เพราะการที่เราจะเดินไปบนเส้นทางของการเป็นครูสอนโยคะมันเป็นการสอนสิ่งที่เป็นทั้งฝ่ายรูปและฝ่ายนาม การแสวงหาคำแนะนำบางครั้งเราได้แต่เพียงทางรูปซึ่งอาจจะไม่ตอบโจทย์ครอบคลุมการได้เจอครูที่แท้ที่ช่วยชี้ทางกระจ่างให้เราได้เลยเป็นสิ่งที่กวางรู้สึกขอบคุณอยู่เสมอ
ขอบคุณที่เราได้เจอครูของชีวิต ขอบคุณครูท่านนั้นที่ชี้ทางสว่างให้กับเรา 🙏
