ทำคอร์สออนไลน์ด้วยตัวเองยากแค่ไหน?

วันก่อนคุยกับอาจารย์เรื่องอาการของคนที่เคยเป็นสโตรก(โรคหลอดเลือดสมองแตก ตีบ ตัน ฉีกขาด) คุยไปคุยมาอาจารย์ก็พูดขึ้นมาว่า

อาจารย์: (คนเป็นสโตรก) ก็ต้องหัดดูด้วยว่ามันเพราะนิสัยของเรานั่นแหละมันถึงเป็น ชอบคิดเล็กคิดน้อย จู้จี้จุกจิก เรื่องอะไรก็เก็บเอามาคิด เครียดไปหมด

กวาง: อ้าว งั้นหนูก็มีสิทธิ์เป็นสิอาจารย์

อาจารย์: (มือยังคงจิ้มมือถือ ตอบแบบสำเนียงเด็กนอกมาเต็ม) ชัววววววรรรรร์

กวาง: …..

อาจารย์: โยนทิ้งซะสบาย

ว่าแล้วแกก็นั่งจิ้มมือถือต่อไป

ทำให้ได้สำนึกว่าโรคบางโรคก็มาจากพฤติกรรมของเรานี่แหละหนา จะว่าไปพอนั่งนึกๆ ดูก็หลายโรคอยู่นะที่เกิดจากพฤติกรรม อย่างกวางเองก็โดนเตือนมาตั้งแต่เด็กแล้วว่าชอบเครียดง่าย คิดเยอะไป (อาจารย์บอกให้กินแมกนีเซียมตั้งแต่อายุยี่สิบต้นๆ)

ยิ่งรู้อย่างนี้แล้วยิ่งต้องตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตัวเอง เพราะถ้าอนาคตจะเป็นโรคอย่างที่ว่าขึ้นมาจริงๆ ก็คงไม่ใช่เพราะไม่ดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองแล้ว แต่เป็นเพราะไม่ใส่ใจที่จะดูแลสุขภาพจิตใจตัวเองมากพอมากกว่า

บอกตัวเอง สู้ๆ (ใครที่เป็นเหมือนกันอยู่ก็ลองพิจารณาเพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกันนะคะ เพื่อตัวของเราเองค่ะ สู้ๆ)

*เขียนไว้หลายปีแล้ว ปัจจุบันไม่ฟุ้งซ่านและคิดมากเหมือนเมื่อก่อนแล้วค่ะ นั่งสมาธิสม่ำเสมอแล้วดีขึ้นชัดเจน จะเจริญรอยตามความชิวของอาจารย์

ตอนแรกที่กวางคิดอยากทำคอร์สออนไลน์ กวางไม่มีความรู้อะไรเลย กวางถ่ายวิดิโอจากกล้องมือถือ ใช้ขาตั้งกล้องราคาหลักร้อย มุมถ่าย แสง สีก็เอาเท่าที่คิดว่าดูแล้วไม่รกตา แต่พอได้ลองไปศึกษาคอร์สออนไลน์ของต่างประเทศ ทั้งที่เป็นโยคะและคอร์สเรียนอื่นๆ ก็ได้เห็นตัวอย่างดีๆ มากมายที่กวางได้ลองเอามาปรับใช้กับงานของตัวเอง

วันนี้ก็เลยอยากจะเอามาเล่าให้ฟังว่ากวางคิดวางแผนยังไงบ้างในการทำคอร์สออนไลน์ของกวาง ในส่วนที่ไม่ใช่ตัวเนื้อหาของคอร์สค่ะ

1. ใช้กล้องสองตัว

รอบนี้กวางตัดสินใจลงทุนซื้อกล้องเพิ่มอีกตัวเพราะอยากได้ภาพที่สวย และถ่ายได้ต่อเนื่องโดยที่กล้องไม่ดับกลางคันเหมือนคราวที่แล้วที่ทำคอร์ส (รอบก่อนกล้องดับตอนไหนไม่รู้เพราะร้อนจัด – ต้องรอกล้องฟื้นและกลับมาย้อนดู แล้วอัดใหม่) พอมานั่งคิดดูดีๆ ทำคอร์สออนไลน์รอบที่แล้วนี่ถึกมาก ทำไปได้ยังไงก็ไม่รู้

อีกอย่างนึงที่กวางอยากได้คือ อยากให้ผู้ฝึกเห็นการวางขา วางมือของแต่ละท่าโยคะได้ชัดเจนมากขึ้น เลยตั้งกล้องสองมุมเผื่อไว้ให้น้องช่างตัดต่อเอาไปลองตัดสลับกันในกรณีที่มองเห็นท่าได้ไม่ชัดเจน

2. ไมค์ตัวเล็ก

ไมค์ที่กวางใช้ถ่ายวิดิโอเป็นไมค์แบบไร้สายที่สามารถหนีบติดกับเสื้อได้เลย แต่ด้วยความที่ตัวไมค์มันใหญ่และดูเป็นกล่องสี่เหลี่ยม ดูแล้วขัดตา (จริงๆ คือขัดใจ 55) กวางเลยเลือกที่จะเหน็บมันไว้ที่กางเกงแล้วต่อสายไมค์ตัวเล็กๆ ขึ้นมาเหน็บที่ข้างเสื้อแทน เพราะมันดูสวยกว่า 😂

ใจจริงกวางอยากได้ไมค์แบบคาดหัวเหมือนที่นักร้องเค้าใช้กัน ข้อดีคือเวลาถ่ายจะไม่มีเสียงแซ่กๆ เวลาเราขยับตัวแล้วเสื้อเสียดสีกับไมค์ แต่พอดูราคาแล้วก็ โอ้ โอเค ใช้แบบนี้ไปก่อนละกัน 

3. มุมถ่าย

รอบนี้เราเลือกถ่ายทั้งหมดสามมุม แล้วก็เลือกจัดมุมให้เหมาะกับประเภทของวิดิโอ อย่างวิดิโอที่ต้องการความสงบผ่อนคลาย กวางก็เลือกหันกล้องมาทางกำแพงที่ดูสงบ ไม่รกตา แต่ถ้าเป็นวิดิโอที่คึกคักหน่อย ก็จะหันไปอีกทางที่ดูมีสีสันมากกว่า ทำให้วิดิโอดูสดใสขึ้น (คิดเองเออเองล้วนๆ)

4. วางแผนการยืนหันเข้าหากล้อง

ก่อนถ่ายแต่ละคลาสกวางจะเอาสคริปต์มานั่งดูเพื่อวางแผนว่าในแต่ละท่าโยคะเราจะหันหน้าไปทางไหน หันทางไหนจะถ่ายภาพออกมาได้สวยและเข้าใจง่ายที่สุดสำหรับคนที่ดูผ่านจอ จะถ่ายมุมเสยหรือมุมกด จะหันหน้าเข้าหากล้อง หันเข้าหาต้นไม้ หันเข้าหาแสง แบบไหนถึงจะดีที่สุด

อย่างบางท่ากวางจะไม่หันตัวเข้าหากล้องเพราะจะดูไม่สุภาพ บางท่าจะไม่หันหัวไปทางต้นไม้เพราะจะดูรกเกินไป บางท่าหันตัวหากล้องจะทำให้เห็นท่าได้ชัดกว่า ในขณะที่บางท่าต้องหันด้านข้างเข้าหากล้อง

รายละเอียดพวกนี้กวางต้องคิดตั้งแต่ก่อนจะเริ่มถ่าย เพราะถ้าถ่ายไปแล้วค่อยคิดระหว่างถ่ายจะทำให้ไม่มีสมาธิในการสอน แล้วก็ต้องคิดด้วยว่าจะเปลี่ยนมุมตอนจังหวะไหน เปลี่ยนมากน้อยแค่ไหนที่จะไม่ทำให้คนงงหรือรู้สึกติดขัดตอนฝึก ต้องคิดให้จบแล้วจดใส่หัวเอาไว้เลย

5. หน้าผมดูเป็นธรรมชาติ (แบบตั้งใจ๊ตั้งใจ) 

อันนี้เป็นเรื่องภาพลักษณ์ของวิดิโอ กวางตั้งใจอยากให้ภาพออกมาดูสบายตาที่สุด เลยเลือกที่จะแต่งหน้าให้เหมือนไม่แต่ง แต่อยากให้ผิวดูใส แน่นอนคอนซีลเลอร์ต้องมา  😆   มีเขียนตานิดนึงเดี๋ยวคนเค้าไม่รู้ว่าเราลืมตาอยู่ ผมก็มัดแค่ให้ไม่รกตาและต้องนอนทับได้ มีปัดแก้มบางๆ ทาลิปสติกสีเดียวกับปากธรรมชาติ (เพื่อให้ปากดูไม่ซีดแม้จริงๆ อาจจะซีด)

เรื่องผมเป็นเรื่องที่กวางเหนื่อยที่สุด กว่าจะมัดผมให้สวยได้นี่เมื่อยแขนมาก เพราะเดี๋ยวก็มัดสูงไป ต่ำไป หัวดูแฟบไป ดูยุ่งเกินไป ไม่พอดีสักที แล้วกวางเป็นคนที่ผมค่อนข้างฟูและมีลูกผมเยอะ หัวก็เลยจะดูกระเซิงอยู่ตลอด โชคดีที่รอบนี้ไปเจอแวกซ์แบบแท่งของญี่ปุ่น ปาดหัวปุ๊บผมเรียบปั๊บ เฮ้อ ช่วยได้เยอะเลย

6. เสื้อผ้า

เนื่องจากคอร์สนี้กวางตั้งใจทำเป็นรวมคลาสโฟลว์ที่เอาไว้ฝึกสลับๆ กันได้ตลอด มีทั้งเหนื่อยปานกลางและค่อนไปทางหนัก (แต่เน้นกลางมากหน่อย) เลยตั้งใจจะเปลี่ยนชุดทุกวิดิโอเพราะอยากให้คนดูซ้ำได้ไม่เบื่อ

7. น้ำหนักตัว

กวางลองสังเกตตัวเองดู น้ำหนักที่พอดีแล้วใส่ชุดได้สวยกำลังดีของกวางคือ 56 กิโลกรัม แต่โดยปกติน้ำหนักกวางจะขึ้นๆ ลงๆ อยู่ระหว่าง 55-59 กวางเลยต้องคอยคุมน้ำหนักตัวเองให้อยู่ประมาณนี้ตลอดการอัดคอร์สด้วย ซึ่งมันก็เป็นส่วนหนึ่งของงาน (ที่กวางเลือกทำเอง) 😬

ซึ่งก็ดีเหมือนกันนะคะ จะได้ลองเข้าใจความรู้สึกของพวกศิลปินที่ต้องคุมน้ำหนักตัวเองตลอดการแสดงอย่างน้องลิซ่า Blackpink มั่ง ให้สมเป็นติ่งน้องหน่อย 

ตอนนี้กวางนึกออกเท่านี้ ตอนแรกที่มาอ่านซ้ำก็คิดนะว่า เอ๊ เราโรคจิตไปป่าวหว่า ดูละเอียดเกิ๊น เลยลองเอาไปให้แฟนอ่าน พอเค้าอ่านแล้วบอกว่า อ๋อ ไม่หรอก ในกองถ่ายเค้าละเอียดกันมากกว่านี้เยอะ เพียงแต่เค้าทำงานเป็นทีมน่ะนะ

มิน่าละ กวางล้าหัวทุกวันเลย 😅

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Scroll to Top