จริงรึเปล่า?

เช้านี้ตื่นขึ้นมาด้วยอาการหายใจไม่ทั่วท้อง ลน รู้สึกเหมือนไม่มีอะไรเสร็จสักอย่าง งาน A ก็ยังไม่เสร็จ งาน B ก็ยังไม่ถึงไหน งาน C ก็มีอะไรให้ทำอีกเยอะ และอีกหลายๆ งานที่ยิ่งไล่นึกก็ยิ่งหายใจยากขึ้น มันรู้สึกท่วมซะจนหายใจแทบไม่ออก อยากจะรีบอาบน้ำแล้ววิ่งออกไปทำทั้ง A B C D ที่คิดขึ้นมา

แต่วันนี้ตั้งใจไว้แล้วว่าจะตื่นมาฝึกโยคะ และเมื่อคืนเพิ่งได้นั่งอ่านหนังสือชื่อ == หยุดก็จะเห็น ของพระเฮมิน ==

มันเลยฉุกคิดขึ้นมาหน่อยนึงว่าที่เรารู้สึกว่าท่วมท้นและทุกอย่างรีบไปหมดเนี่ย มันจริงรึเปล่า?
แต่ไหนแต่ไรแฟนกวางเป็นคนแรกที่ทักว่ากวางขาดมุมมองเรื่อง “เวลา”

ด้วยนิสัยที่เราเป็นคนทำอะไรไว ถ้าทำคือทำเลย ถ้าได้คือต้องได้เลย และสามสี่ปีที่ผ่านมาหลายปัจจัยมันเอื้อให้เราทำอะไรได้ไว (เพราะทำเอง) เราเลยชิน ติดเป็นนิสัยว่าทุกอย่างต้องเดี๋ยวนี้ ต้องเสร็จ ต้องจบ ต้องทำให้ผ่านไป

แต่ตอนนี้ที่ปัจจัยหลายๆ อย่างไม่เหมือนเดิม มีเรื่องใหม่ มีหลายอย่างที่ต้องรอคอย มีงานเพิ่มขึ้นมา เราขยับตัวได้ไม่ไวเหมือนเดิม แต่ใจมันยังแล่นไปใช้วิธีคิดแบบเดิม มันเลยทำให้ทุกข์ ทำให้หายใจติดขัด อึดอัดและเหนื่อยล้า

วันนี้เลยบังคับตัวเอง แม้ว่าใจจะแล่นไปแล้ว จิตจะล่กไปแล้ว ก็ต้องลากตัวเองฝึกให้ได้ ลองดู เพราะที่เราคิดว่ารีบ มันอาจจะเป็นกับดักทางความคิดของตัวเราเองก็ได้

ตั้งแต่เมื่อคืนก็นั่งเลือกวิดิโอ Core strength ของในคอร์สใหม่เอาไว้คิดว่าจะตื่นมาเล่นเช้านี้ แต่พอสภาวะจิตเป็นแบบนี้มันเล่นคลาสหนักไม่ไหว เพราะตอนนี้คือไม่อยากจะเล่นแล้วด้วยซ้ำ เลยได้เอาลิสต์รายชื่อคลาสมานั่งดู* ว่ามีวิดิโอไหนเหมาะกับช่วงสภาวะจิตแบบนี้บ้าง ไปเจอ Let go flow ในวิดิโอที่หก เลยเอาวะ เล่นอันนี้แหละ

ตอนเริ่มเล่นอึดอัดมาก ใจไม่อยากจะอยู่เลย จิตเครียด วิตกกังวลแต่เรื่องงาน แต่ด้วยคลาสที่ไปแบบไม่รีบเร่ง หายใจอยู่กับท่าและไปเรื่อยๆ มีเซอร์ไพรส์บ้างให้พอได้ดึงตัวเองกลับมาจดจ่อที่การฝึก ลมหายใจมันก็เริ่มติดขัดน้อยลงๆ พอไปสักครึ่งคลาสก็เริ่มหายใจปกติ เริ่มสนุกและจดจ่ออยู่กับคลาสได้ พอจบคลาสใจก็เบาลง หายวิตกกังวลเป็นปลิดทิ้ง

พอเล่นจบเลยคุยกับตัวเองอีกครั้งนึง ว่าที่เรารู้สึกท่วมท้นและทุกอย่างรีบไปหมดเนี่ย สรุปแล้วมันจริงรึเปล่า?
แล้วทำไมตอนนี้ถึงไม่รู้สึกแบบนั้นแล้ว?
……
….
..
.
อ่อ อี๊ อ่อ อี๊ อ่อ (บ้าจิง)
อาบน้ำเสร็จเลยลองนั่งเขียนคันบังบอร์ดเพื่อแยกงานออกมาว่าที่มันกองสุมๆ กันในหัวเนี่ย แต่ละงานมันอยู่ในขั้นตอนไหนบ้างแล้ว เลยได้เห็นว่าหลายๆ งานเราทำไปแล้วและอยู่ในขั้นตอนการรอเพื่อให้คนอื่นทำต่อ มันถึงได้เบาใจลงว่าโอเค เราไม่ได้งานท่วมขนาดนั้น จิตเราคิดไปเองเพราะมันไม่เคยชินที่หลายๆ งานมันไม่เสร็จทันที และเป็นงานที่มีระยะเวลารอคอยและขั้นตอนนานกว่าเมื่อก่อนที่เราเคยทำมา

พวกโมเดลทางความคิดอย่างคันบังบอร์ด หรือการเขียนเททุกอย่างที่อยู่ในหัวออกมา (Brain dump) หลายครั้งช่วยได้มากเวลาที่เรารู้สึกประสาทจะกิน วิตกกังวล ล่ก เพราะหลายครั้งมันมาจากความเห็นผิด สำคัญตัวผิด (อย่างในกรณีของกวาง) ทำให้ไม่เห็นความจริง เพราะถ้าดูกันจริงๆ แล้วแม้เราจะตายวันพรุ่งนี้ทุกอย่างก็ยังดำเนินไปอยู่ดี ไม่มีอะไรรีบขนาดนั้น และถึงแม้เราไม่ทำมันก็ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ทุกคนก็อยู่กันได้ ทุกอย่างก็ดำเนินไปได้ ไม่มีอะไรเป็นเรื่องใหญ่เลย และเราไม่ได้สำคัญขนาดนั้น เง้ออออ

วันนี้ก็เลยได้ตบหัวตัวเองเบาๆ อีกครั้งว่า โอเคนะกวาง เรียนรู้ไปๆ เดี๋ยวมันก็ดีเอง

*คอร์ส Ultimate flow ตัวใหม่นี้ยอมรับเลยว่าชื่อคลาสเป็นส่วนที่ยากอันนึง หลายคลาสคิดชื่อเสร็จก่อนคิดสคริปต์ แต่หลายคลาสตั้งชื่อหลังจากเขียนสคริปต์และอัดเสร็จแล้ว เพราะอยากจะให้ชื่อตรงกับความรู้สึกหลังการเล่นคลิปนั้นมากที่สุด Let go flow ก็เป็นหนึ่งในคลาสที่ตั้งชื่อทีหลังตามความรู้สึกที่ได้หลังการฝึกค่ะ

**คอร์สนี้มีอุปสรรคเยอะนิดนึง แต่ทำไม่หยุดนะคะ ทำไปด้วยใจเบิกบานเตรียมส่งมอบสิ่งดีๆ เปี่ยมพลังงานดีๆ ให้ทุกคนค่ะ 😊🌈💫

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Scroll to Top