Behind the scene กว่าจะมาเป็นโลโก้พอดีพอโยคะ

ตอนสมัยไปแลกเปลี่ยนที่สวีเดน ในคลาสภาษาสวีดิชอาจารย์เคยพูดถึงคำๆนึงที่หาคำแปลภาษาอังกฤษตรงๆไม่ได้ คือ lagom ถ้าแปลก็จะประมาณว่า Just the right amount. Not too much or too little. คำนี้ถูกยกขึ้นมาในเหตุการณ์เรื่องการตักซุป ถ้าเราถูกถามว่าเอาซุปเยอะแค่ไหน ในภาษาอังกฤษเราคงได้แต่ตอบว่า Not too much (or too little) แต่ในภาษาไทยมีคำที่แปลได้ตรงกว่านั้นคือ “พอดี”

ไม่รู้ทำไมแต่มันกลายเป็นคำที่ติดในใจเรามาตลอดแม้เหตุการณ์วันนั้นจะผ่านมาแล้วนับสิบปี

ช่วงที่ตั้งใจจะทำสตูดิโอโยคะ กวางก็เริ่มมองหาชื่อ เราจะเป็นใคร เราอยากให้คนรู้จักเราในชื่อไหน คำไหนที่แทนตัวตนของเรา ก็คิดไปสะระตะ กวางยังชอบคำว่าพอดีอยู่ แต่รู้สึกว่ามันยังไม่ใช่ ยังไม่ตอบโจทย์ กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ๆวันนึงก็ปิ๊งขึ้นมา

พอดี + ดีพอ = พอดีพอโยคะ

สองคำที่เอามาประกอบเป็นคำเดียวนี้ มีความหมายที่ซ่อนอยู่ ซึ่งแทนใจและแทนความรู้สึกของเราที่มีต่อโยคะ

พอดี — คือมุมมองที่มีต่อร่างกาย

ในโยคะหากเราฝืนทำมากไปร่างกายก็อาจจะบาดเจ็บ แต่หากเราหย่อนเกินไปเราก็จะไม่ได้ก้าวไปไกลกว่าที่เราเป็นอยู่ ดังนั้นในการฝึกเราควรมองหาจุดที่ “พอดี” เป็นจุดที่เปิดโอกาสให้เราได้ฝึกฝนพัฒนาตนเอง โดยไม่สร้างความกดดันหรือตึงเครียดต่อร่างกายมากเกินไป เป็นจุดที่อยู่ตรงกลางระหว่างความแข็งแรงและความยืดหยุ่น ตรงกลางระหว่างความตึงเครียดและความผ่อนคลาย

ดีพอ — คือมุมมองที่มีต่อจิตใจ

การฝึกโยคะที่ดีควรจะเกิดมาจากความรักที่มีต่อตนเอง แม้จะมีหลายอย่างในร่างกายที่เราอาจไม่พอใจ มีนิสัยบางอย่างที่เรารู้ว่าเราต้องแก้ และในช่วงแรกเราอาจจะยังไม่รู้สึกถึงคำๆนี้ แต่โยคะจะค่อยๆสอนให้เราเข้าใจคำนี้ได้มากขึ้นผ่านการฝึก เราจะค่อยๆมองเห็นคุณค่าบางอย่างที่อยู่ในตัวเรา คำว่าเรา “ดีพอ” หรือ I’m good enough จะค่อยๆเกิดขึ้นในจิตใจ และเมื่อไหร่ที่เราเริ่มฝึกโยคะด้วยความรักที่มีต่อตนเอง ยอมรับและเข้าใจตัวตนของเราอย่างที่เป็นอยู่ เราก็จะสามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่สิ่งที่เราอยากจะเป็นได้

ในฐานะผู้ฝึกสอนโยคะ เราไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่งที่สุด คิดแต่ว่าวันนี้เราจะทำให้ดีที่สุด ประสบการณ์สอนกวางว่าเราไม่มีทางที่จะเพอร์เฟ็คไปหมดและการโทษตัวเองเป็นเรื่องเสียเวลา เพราะยังไงเราก็มนุษย์คนนึง ยังคงมีข้อผิดพลาด มีเรื่องที่ต้องแก้ไข มีเรื่องต้องให้พัฒนาต่อไปตลอดชีวิต แต่ข้อสำคัญคือเราต้องมีสติ มองเห็นข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น และเอาความผิดพลาดมาเป็นพลังขับเคลื่อนเราไปข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทางด้านร่างกายหรือด้านจิตใจ

The Brief

พอได้ชื่อที่ตรงใจแล้วก็เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการทำโลโก้ โชคดีว่าเพื่อนสมัยม.ปลายเปิดสตูดิโอกราฟฟิก หลังจากดูผลงานของสตูดิโอเพื่อนแล้วตัดสินใจได้ไม่ยากเลยเพราะงานเพื่อนดีจริงๆ พอตัดสินใจว่าจะให้เพื่อนทำให้ก็กดโทรหาทันที แล้วโชคดีรอบสองคือเพื่อนกลับมาเยี่ยมบ้านที่สระบุรีพอดีเลยได้นัดคุยตัวเป็นๆเลย

ตอนที่นัดคุยบรีฟครั้งแรกกวางยังไม่รู้ว่าต้องคุยกับดีไซน์เนอร์ยังไง ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง เลยนึกถึงตอนออกแบบคอนโดว่าพี่สถาปนิกให้เราเอารูปที่ชอบและสีที่ชอบไปให้ดู ตอนนั้นตั้งใจจะเอาชื่อนี้ไปทำร้านเสื้อผ้าด้วย ก็เลยแต่งตัวอย่างที่ชอบไป

ลายผ้าอินเดียแบบที่อยากทำขาย

คุยกันวันแรกจบกันแบบงงๆ แต่แฟนเคยบอกว่าเรื่องงานดีไซน์ความสัมพันธ์ระหว่างคนออกแบบกับลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งคุยกันเยอะ แบบที่ได้จะตรงจุดมากขึ้น หลังจากบรีฟรอบแรกไปแล้วเลยรอดูว่าจะเป็นยังไง

ปัญหา

โลโก้ที่ได้จากบรีฟแรก เพื่อนตีความจากสีและความเป็นอินเดีย

งานรอบแรกที่ออกมา ห่างไกลจากสิ่งที่จินตนาการพอสมควร ตอนนั้นพอรู้อยู่แล้วว่าการบรีฟของเรายังไม่ชัดเจนพอ เลยโทรหาเพื่อนให้ช่วยอธิบายให้หน่อยว่าบรีฟแบบไหนถึงจะทำให้ดีไซน์เนอร์เห็นภาพได้มากที่สุด เพื่อนก็บอกว่าให้หาตัวอย่างโลโก้สัก 3–4 แบบที่ชอบที่สุด แล้วใส่อันดับที่มาด้วย พอคุยกับแฟนเค้าก็บอกให้หาแก่นของพอดีพอว่าคืออะไร ก็เลยเกิดกระบวนการ soul searching ของตัวเองอีกครั้งว่าเราต้องการให้โลโก้ของเราสื่ออะไร

หลังจากดูตัวอย่างงานหลายๆแบบก็สรุปได้ว่าเราชอบโลโก้ที่เป็นรูปต้นไม้ ใบไม้ ซึ่งสื่อความหมายถึงโยคะได้ดีเพราะลำต้นดูแข็งแรงมั่นคง แต่ใบก็ดูอ่อนช้อยสวยงาม คล้ายกับรูปแบบของโยคะในอุดมคติที่กวางอยากสอน

นอกจากจะรู้ว่าอยากได้รูปอะไร กวางยังรู้ว่าอยากได้แบบไหนด้วย จากการรีเสิร์ชทำให้ค้นพบตัวเองว่าชอบงานแบบฟรีแฮนด์ คือลายเส้นวาดมือแบบอิสระ รวมทั้งตัวอักษรด้วย สุดท้ายก็คัดตัวอย่างเหลือ 4 แบบส่งให้เพื่อนพร้อมคำอธิบาย

ลายเส้นน่ารัก ตัวอักษรอ่านง่าย สีสวย
ลายเส้นน่ารัก ชอบความหมายที่มีการเอื้อและเกื้อหนุนกัน
รูปทรงดูอ่อนพริ้ว

โอ้ย ชอบๆๆๆๆๆ

หลังจากรอประมาณอาทิตย์กว่าๆเพื่อนก็ส่งโลโก้มาให้เลือกสองแบบ ตอนเห็นรูปแรกก็แทบกรี้ดเลยค่ะ เพราะชอบมากๆๆๆๆๆเรียกว่าโดนใจ แทบไม่ต้องแก้อะไรเลย สุดท้ายก็เลยเลือกรูปแรกอย่างง่ายดาย

โลโก้แบบแรก
โลโก้แบบที่สอง
มีใส่คำว่าโยคะเพิ่ม

รากฐานที่มั่นคง

หลังจากได้โลโก้มาก็เข้าสู่ขั้นตอนการทำนามบัตร บัตรสมาชิก และโบรชัวร์ไปตามลำดับ เรียกว่าเสร็จไปประมาณ 95% แล้ว ทีนี้มีอยู่วันหนึ่งไปงานของคนที่รู้จักเลยได้มีโอกาสพบและพูดคุยกับพี่ที่เป็นครูสอนโยคะ เลยยื่นรูปโลโก้ให้พี่เค้าดูอย่างกระดี๊กระด๊า

พี่เงียบไปแป๊ปนึง แล้วค่อยๆบอกว่า “พี่รู้สึกว่ามันเหมือนใบไม้ที่กำลังปลิดปลิว ดูไม่มีราก ไม่เข้มแข็ง” เราก็อุ้ย ตายละ เริ่มเห็นจริงตามที่เค้าบอก มัวแต่ปลาบปลื้มมากไปจนละเลยบรีฟที่บอกว่า “ลำต้นดูแข็งแรงมั่นคง” ไปเสียสนิท รับฟังความเห็นพี่ด้วยความรู้สึกขอบคุณเต็มเปี่ยมแล้วรีบต่อสายหาดีไซน์เนอร์แบบด่วนมาก

ขอบคุณเพื่อนอิท

เพื่อนอิทรับแก้งานด้วยความเต็มใจเสมอ รู้สึกขอบคุณมากๆ แก้ไปแก้มา งัดกันไปมาอยู่สองวัน ก็ได้โลโก้ที่เสร็จสมบูรณ์ ครบถ้วนตามบรีฟที่ตั้งไว้แต่แรก ดูมั่นคงแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมมากจริงๆ

หวังว่าจะชอบกันนะคะ โลโก้นี้กวางใช้กับทั้งสตูดิโอ วิดิโอโยคะและในอนาคตข้างหน้าอาจจะมีสินค้าของสตูดิโอด้วย พวกเสื้อยืด กระเป๋าน่ะค่ะ

ต้องขอบคุณครูพี่กวาง(ชื่อซ้ำกัน :))และเพื่อนอิทจากGraphic Sundae มากๆที่ช่วยเหลือทุกเรื่อง พอดีพอคงไม่เป็นรูปเป็นร่างถ้าขาดความเห็นอันมีค่าและ Brand Identity ที่ทุกคนช่วยตบซ้ายตบขวาจนเข้าที่ ใครสนใจงานออกแบบของสตูดิโอนี้ก็เข้าไปดูกันได้ค่ะ 🙂

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Scroll to Top