ไม่ต้องบอก

เมื่อสัปดาห์ก่อนไปฝึกโยคะแล้วได้ท่าใหม่เพิ่ม (สายอัชทางก้าครูจะพิจารณาเพิ่มท่าในซีรี่ย์ฝึกให้ตามที่ครูคิดว่าเหมาะสม) ก่อนหน้านั้นติดอยู่ท่าเดิมมานานหลายเดือน นานจนไม่ได้สนใจว่าจะได้ไปต่อรึเปล่า(เพราะแค่ตรงนั้นก็เหนื่อยแล้ว) และอย่างที่บอกก็คือเชื่อใจครูว่าครูเป็นโค้ชของเรา ถ้าครูว่ายังไงกวางก็ว่ายังงั้น

วันนั้นหลังจากฝึกท่าสุดท้ายจบ แล้วกำลังจะขึ้นชุดท่าปิดท้ายที่จะต้องเริ่มด้วยสะพานโค้ง ครูก็เดินเข้ามา

ครู: (น้ำเสียงนุ่ม เหมือนลอยมา) เอ๊ะ กวาง ผมให้ท่าต่อจากนี้รึยังนะครับ

กวาง: (เผลอเสียงนุ่มกลับ จริงๆ เหนื่อยจะตายละ) ยังค่ะครู

แล้วครูก็ค่อยๆ อธิบายวิธีการเข้าท่าพร้อมกับให้เราทำไปด้วย ตามสเต็ป 1 2 3 4 ไปจนจบ

ลงมาจบท่าแบบงงๆ แล้วครูก็เดินไป ตามสไตล์คือบอกครั้งเดียว ที่เหลือให้ไปทำจนกล้ามเนื้อมันเข้าใจเอง

วิธีการสอนแบบนี้กวางว่าดีเพราะครูไม่บอกว่าใช้กล้ามเนื้อยังไง แต่บอกเป็นเป้าหมายที่ต้องการจะให้เราไปถึงและเชื่อใจว่าเราจะสามารถหาทางเดินไปได้ ทำให้พอทำได้มันจะเข้าใจไปเลย แบบไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มแล้ว แต่ถ้าเห็นว่าดุ๋มด๋ำๆ อยู่นานแล้วไม่พัฒนาสักที ก็ค่อยมาแนะนำเพิ่มอีกที

ทำให้นึกถึงนายญี่ปุ่นที่กวางเคยทำงานด้วย เมื่อก่อนเคยทำงานบริษัทนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่น ตามตำแหน่งคือล่าม-เลขาฯ ภาษาอังกฤษ-ญี่ปุ่น แต่หน้าที่จริงๆ คือ GB (เจเนอรัลเบ๊)

ตอนนั้นเป็นบริษัทเล็กๆ ที่เปิดใหม่และมีเราเป็นพนักงานคนแรก นายสองคนบินมาสัมภาษณ์จากญี่ปุ่น สัมภาษณ์เสร็จรับเลย สองเดือนแรกยังไม่มีออฟฟิศก็ทำงานจากคอนโดตัวเอง นายมาก็ไปเจอ แต่ส่วนใหญ่คุยงานกันทางอีเมล์ จำได้เลยว่าเริ่มงานเดือนเจ็ด นายบอกว่าจะเอาสินค้าเข้าจากญี่ปุ่นตอนเดือนแปดให้เราไปจัดการ

ให้มาอย่างเดียวคือเอกสารเกี่ยวกับสินค้าและเบอร์ติดต่อบริษัทชิปปิ้ง ที่เหลือบอกไปหาวิธีเอาเอง ขาดเอกสารอะไรก็ค่อยมาขอ ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรเยอะมากจากงานนั้น ทุกวันนี้เลยยังรักและคิดถึงนายอยู่เสมอ เพราะนายเป็นคนแรกที่สอนเราด้วยวิธีแบบนั้น ซึ่งมันทำให้เราขวนขวายและสนุกในการทำงาน เพราะนายบอกเพียงแค่ผลลัพธ์ที่ต้องการและให้อิสระเราในการคิดหาวิธี

และที่ชอบมากคือเรารู้สึกอยู่เสมอว่านายคอยช่วยเหลืออยู่ข้างหลัง นายสอนว่าทำผิดครั้งแรกน่ะไม่เป็นไร ใครๆ ก็พลาดกันได้ทั้งนั้น (และเวลาพลาดนายก็ออกรับแทนด้วย) แต่ถ้าผิดครั้งที่สองในเรื่องเดิมน่ะ ไม่โอเค

พอรู้ว่านายคอยดูแลอยู่ข้างหลังเราก็ไม่กลัวที่จะลองทำเรื่องต่างๆ แต่ในขณะเดียวกันเราก็จะรอบคอบเพราะเรารักนาย ไม่อยากให้นายเดือดร้อน

คิดๆ ดูนายก็เก่งเนอะ ทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง ตอนนั้นนายซึ่งเป็น CEO อายุแค่ 32 เองแต่ต้องดูแลทุกอย่างตั้งแต่การหาออฟฟิศ การจ้างงาน การสร้างวัฒนธรรมองค์กร การนำเข้าสินค้าและกระจายขายตามห้างร้าน การจัดการสต๊อก การกำหนดราคา การดูแลเงินเข้า-ออก จ่ายเงินเดือนพนักงาน ไหนจะปัญหาอีกล้านแปด

ตอนที่ต้องลาออกสิ่งเดียวที่เสียดายคือเสียดายที่จะไม่ได้เรียนรู้เรื่องต่างๆ จากนายอีก เพราะเรานั่งโต๊ะข้างกัน ว่างๆ นายก็จะเล่าเรื่องนู้นเรื่องนี้ให้ฟัง และส่งเราไปสอดในทุกแผนก ทำให้เราได้เรียนรู้งานหลายอย่าง และเวลาที่มีปัญหานายก็ไม่เคยบ่นเพราะนายไม่อยากให้ลูกน้องต้องไม่สบายใจโดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับสถานการณ์ของบริษัท สำหรับกวางนายเป็นผู้ใหญ่และเท่มากๆ

เล่าไปเล่ามาออกทะเลเฉย จบดื้อๆ ละกัน ❤️

เครดิตภาพ: จากหนังสือ Ashtanga Yoga: The Primary Series Practice Manual โดย Petri Raisanen

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Scroll to Top