โยคะเกลาใจ

ช่วงนี้มีปัญหากวนใจหลายอย่าง ทั้งเรื่องงาน (ที่ไม่ใช่งานโยคะ) และเรื่องส่วนตัว อากาศตอนฝนใกล้ตกก็สุดแสนจะทึมเทาพาเอาจิตตกเอาง่ายๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนพอเจอแบบนี้จะซึมไปหลายวัน ลำบากคนใกล้ตัวที่ต้องมาคอยรับมือกับอาการจิตดิ่งเหวแบบกู่ไม่กลับของเรา แต่วันนี้ไม่เป็นเหมือนวันนั้น

วันนี้ตั้งใจจะซ้อมโยคะพอดี ระหว่างที่กำลังต่อสู้กับใจของตัวเองตามปกติ (สู้ทุกวันเลย แต่วันนี้ศึกหนักหน่อย) จิตก็ลอยไปนึกถึงคำพูดของอาจารย์ว่า “อย่าปล่อยให้จิตใจฝ่ายต่ำมันครอบงำบ่อยนัก” แล้วมันก็มองเห็นว่าไอ้นี่แหละที่อาจารย์หมายถึง

ทั้งปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้า ทั้งอากาศที่ไม่เป็นใจ ทั้งตารางงานที่ค่อนข้างยืดหยุ่นล้วนเป็นข้ออ้างให้เรายอมลงให้กับจิตฝ่ายต่ำของเราเอง*

พอเห็นแบบนั้นก็ฮึดนิดนึงว่า “ฮึ้ย เอาวะ ทีละลมหายใจ” แล้วก็ค่อยๆ เริ่มซ้อมทีละลมหายใจๆ ไปเรื่อยๆ มันก็ไปได้แบบฝืดๆ แต่ก็พอได้อยู่ มีหลายจังหวะจะไม่ไหวแล้วจิตมันทรมานอยากเลิก ก็โชคดีจังหวะวันนี้แมวที่บ้าน (อเล็กซ์ผู้ซึ่งร้อยวันพันปีแทบไม่เคยอ้อนเลย) เดินเข้ามาหาที่เสื่อโยคะ เอาหน้ามาคลอเคลียแล้วก็มานอนแปะอยู่ตรงมือ พอซ้อมไปๆ ก็กัดเล่นกอดแขนเราเล่นบ้าง นอนมองเราบ้าง จนใจมันเบาลง

จากตอนแรกที่จิตตกมาก อาการไม่ดีเอาซะเลย พอได้เริ่มฝึกโยคะ ใจมันก็เริ่มคลายลง ปัญหาที่ตอนแรกหาทางออกไม่เจอ ก็เริ่มค่อยๆ มองเห็นทางไปต่อ

หลายครั้งที่ในปัญหาใดๆ เราจะคิดว่าเราเป็นฝ่ายถูก แต่ในความเป็นจริงทุกครั้งที่มีปัญหากันเราคือหนึ่งในตัวแปรที่ก่อให้เกิดปัญหาอยู่แล้ว แต่ด้วยสัญชาติญาณที่ต้องการปกป้องตัวเองเรามักจะคิดออกนอกไปโทษว่าคนอื่นก่อน โดยลืมไปว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนใครได้ เราเปลี่ยนได้แค่ตัวเราเท่านั้น แล้ววันนี้มันก็มองเห็นทางไปต่อที่มาจากการมองเห็นข้อบกพร่องของตัวเองก่อน (บันไซ!)

กวางว่านี่คือข้อเด่นของการปฏิบัติภาวนา (และการฝึกโยคะบางประเภทที่ให้ผลเหมือนการภาวนา) คือการภาวนาไม่ได้บังคับให้เราเป็นคนดีขึ้นหรือบังคับให้เราเปลี่ยนแปลง แต่การภาวนาจะทำให้เราเห็นข้อบกพร่องของตัวเราเอง พอมันเห็น มันก็ไม่รู้จะดื้อไม่เปลี่ยนไปได้ยังไง เพราะมันชัดมากกกกก แล้วเราก็ทำแบบนี้ซ้ำๆๆๆ จนสุดท้ายเราก็จะค่อยๆ กลายเป็นมนุษย์ที่ดีขึ้นไปเอง มันเป็นกระบวนการของมันแบบนั้น (กวางชอบเรียกว่าเป็นตัวเราในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด)

อาจารย์ของกวางเคยเล่าทัศนคติฮินดูเกี่ยวกับเหล่าดวงวิญญาณให้ฟัง (แต่ละความเชื่อก็อาจจะแตกต่างกันแต่กวางชอบเวอร์ชั่นนี้) ว่าทุกดวงวิญญาณมีแหล่งกำเนิดมาจากที่เดียวกัน อาจารย์เปรียบว่ามาจากบ่อน้ำบ่อเดียวกัน ดังนั้นทุกดวงวิญญาณจึงมีความรู้ที่เป็นอนันต์อยู่ภายในตัวเองเหมือนกันทุกดวง แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะสามารถเข้าถึงความรู้ที่เป็นอนันต์ภายในตัวเรานี้ได้มากแค่ไหน

อย่างในบางคนที่แม้ไม่ได้เรียนจบสูง แต่ทำไมเค้ากลับมีปัญญาในการมองและเข้าใจโลก เข้าใจสิ่งต่างๆ ได้อย่างลึกซึ้ง นั่นเพราะเค้าสามารถไขประตูสู่ความรู้ตัวนี้ได้นั่นเอง และอย่างการที่จิตใจของเราสามารถหาทางออกได้เองเพียงเราวางปัญหาลง ไม่ใช่การพยายามไปคิดหมกมุ่นกับมัน อันนี้กวางว่าก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของความรู้ตัวนี้ เพราะมันไม่ใช่ปัญญาที่เกิดจากการคิด

อาห์ โลกเราน่าพิศวงจุง

อยากรู้ว่ามีกิจกรรมอื่นๆ อีกมั้ยที่ทำแล้วทำให้เกิดประสบการณ์แบบนี้ได้ แชร์กันได้นะคะ ☘️

*เห็นใจคนที่มีเวลาสั้นๆ แค่ช่วงเช้าหรือช่วงเย็นในการซ้อมกีฬามาก เพราะถ้าพลาดช่วงเวลานั้นคือพลาดเลย แนะนำว่าเข้าคลาสที่มีครู หรือฝึกกับเพื่อนเอาจะช่วยได้มาก ถ้าตารางงานกวางไม่ยืดหยุ่นแบบนี้การจะซ้อมเองได้ก็ไม่ง่ายเลย เพราะลีลาท่ามากเหลือเกินกว่าจะซ้อมแต่ละที

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Scroll to Top