เมื่อใดไม่มีอะไรให้ทำ เมื่อนั้นไม่ต้องทำอะไร

ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองตอนที่ทหารอังกฤษเข้าไปรบอยู่ในประเทศพม่า นายทหารคนหนึ่งพบว่าตัวเองกำลังตกที่นั่งลำบากเพราะกองกำลังของตนตกอยู่ภายใต้วงล้อมของทหารญี่ปุ่นจำนวนมาก นายทหารมั่นใจว่าหัวหน้าของเค้าจะต้องสั่งให้พวกเค้าตีฝ่าวงล้อมออกไปเพื่อรบกับพวกญี่ปุ่นเป็นแน่

แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น ผู้บังคับบัญชาของเค้าออกคำสั่งให้ทุกคนอยู่เฉยๆ และชงชาดื่ม

ในระหว่างที่ทุกคนกำลังดื่มชาอย่างไม่กล้าขัดคำสั่งหัวหน้า พร้อมกับคิดไปว่านี่คงเป็นชาถ้วยสุดท้ายในชีวิตของตน ทหารพรานก็กลับมาบอกข่าวว่าทหารญี่ปุ่นได้เคลื่อนย้ายพลออกไปแล้ว มีทางออกให้หนีแล้ว สุดท้ายนายทหารเหล่านั้นก็ย่องหนีออกมาได้เพราะความหลักแหลมของผู้บังคับบัญชาโดยแท้

ในชีวิตเราเองก็เช่นกัน หลายต่อหลายครั้งที่เราตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีทางออกและบางอย่างก็ดูจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเรา ยิ่งเราดิ้นรนทุกอย่างก็ดูเหมือนจะเลวร้ายลง

หากเราตระหนักถึงความจริงว่าโลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เหตุการณ์เปลี่ยน ความนึกคิดของคนก็เปลี่ยน แทนที่จะไปต่อสู้ดิ้นรนในสถานการณ์แบบนี้ สู้เก็บแรงเอาไว้เพื่อรอเวลาดีกว่า เวลาที่เราจะสามารถทำอะไรสักอย่างให้ดีขึ้นได้จริงๆ ซึ่งต้องมาถึงแน่นอน

ระหว่างนี้ก็ฝึกฝนตนเองให้รู้จักการรอคอย มีความอดทน เรียนรู้ที่จะเข้าใจและปล่อยวางจากเรื่องราวที่กวนใจเราให้ได้ ไม่ง่ายแต่ทำได้แน่นอน จำไว้นะคะ “เมื่อใดไม่มีอะไรให้ทำ เมื่อนั้นไม่ต้องทำอะไร”

ขอบคุณเรื่องจาก “ชวนม่วนชื่น” โดยพระอาจารย์พรหมค่ะ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Scroll to Top