เมื่อเราเริ่มมองเห็นตัวเราที่แท้จริง เมื่อนั้นการเปลี่ยนแปลงจึงจะเกิดขึ้น

เมื่อสามสี่ปีก่อนชีวิตกวางเข้าสู่มรสุมที่ใหญ่พอสมควร แล้วก็เหมือนคนทั่วไปกวางไม่เคยได้เตรียมใจสำหรับอะไรที่ทุกข์ขนาดนี้มาก่อน ชีวิตถูกเหวี่ยงซ้ายเหวี่ยงขวาด้วยเหตุการณ์และอารมณ์ พาเอาตกสู่ห้วงทุกข์ที่ตัวเองก็ไม่รู้จะออกไปยังไง จมอยู่อย่างนั้นเป็นปี ลาออกจากงาน หาตัวเองไม่เจอ ใช้ชีวิตไปวันๆ ถึงขั้นเคยคิดบ่อยๆ ว่าจะอยู่หรือตายก็เท่ากัน แต่ก็ไม่เคยกล้าพอที่จะทำอะไรไม่ดีกับตัวเอง

เหมือนเด็กโง่ที่หลงทางและไม่มีเครื่องมือที่จะช่วยให้หาทางไปต่อได้ ตอนนั้นม๊ากวางที่เข้าคอร์สครูสมาธิรุ่นก่อนหน้าเปรยขึ้นมาว่าสมัครคอร์สนี้ให้น้องชายไป สุดท้ายน้องไม่เรียนกวางเลยขอเปลี่ยนเป็นชื่อกวางแทน เหมือนคนคว้าเชือกฟางที่ลอยน้ำมาเอาไว้ก่อน หวังเผื่อว่ามันจะช่วยเราได้ ตอนนั้นโง่ขนาดนั้นจริงๆ มันทุกข์มากๆ

กวางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่นี่สอนอะไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะช่วยกวางมั้ย ตอนนั้นไม่ได้มีสติพอที่จะเห็นอะไรเลย โลกมันเบลอๆ ทุกวัน ปิดใจตัวเองเพราะความเศร้า พอตอนที่ไปเรียนเริ่มเจอคนเยอะๆ ก็เริ่มสดชื่น มีกิจกรรมกับพวกพี่ๆ และส่วนมากเป็นลุงๆ ป้าๆ วัยเกษียณซึ่งก็สรวลเสเฮฮากันอยู่แล้ว พาให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมาหน่อย พอได้ช่วยเหลือผู้ใหญ่ ก็รู้สึกว่าชีวิตตัวเองมีค่าขึ้นมา

สิ่งที่ช่วยกวางไว้เยอะมากคือการส่งการบ้านของคลาสนี้ เค้าจะมีกระดาษมาให้เขียนว่าวันนี้เราเดินจงกรมนั่งสมาธิตอนกี่โมงๆ แล้วการบ้านนี้จะเก็บคะแนนเอาไปรวมเป็นคะแนนตอนสุดท้ายเพื่อเป็นใบผ่านให้เราไปเดินขึ้นดอยอินทนนท์ตอนเรียนจบ

พอมีใบมาให้เราเขียนเอง ใจเราก็ไม่ค่อยอยากโกง ก็พยายามเดินๆ นั่งๆ ไปให้ครบๆ (มีโกงบ้างช่วงแรก) แต่พอระยะเวลาการเรียนมันนาน ตั้งหกเดือน ก็กลายเป็นว่าพฤติกรรมเรามันค่อยๆ เปลี่ยน จากที่นั่งยากมาก ทรมานมาก มันก็เริ่มนั่งได้มากขึ้น เริ่มเป็นกิจวัตรของเรามากขึ้น ใจที่เคยต่อต้านมันก็เริ่มคลายออก

เมื่อก่อนกวางจะเป็นคนเอาแต่ใจมากๆ เพราะถูกเลี้ยงมาค่อนข้างสบาย เคยจำได้ตอนเด็กว่าจะช่วยที่บ้านล้างจาน ม๊าบอกว่าไม่ต้องทำเดี๋ยวให้แม่บ้านทำให้ ใจมันก็เคยชินกับความสบายแบบนั้นมาตลอด จำได้ว่าครั้งแรกที่ไปเมืองนอกแล้วต้องทำอะไรด้วยตัวเอง มันทรมานหัวใจมาก เป็นความทรมานที่ต้องฝืนทำสิ่งที่เราไม่เคย และเราไม่คิดอยากทำ พอผ่านมาได้ก็ไม่อยากกลับไปเป็นแบบนั้นอีก

พยายามทำอะไรด้วยตัวเองตลอด ไม่อยากให้ใจเคยชินกับความสบายอีกแล้วเพราะกลัวที่จะต้องทรมานแบบนั้นอีก จนตอนหลังกลายเป็นพยายามทำอะไรด้วยตัวเองมากไป ไม่ได้ปล่อยให้พ่อแม่ช่วยเหลือบ้างจนเค้าน้อยใจก็มี

พอใจเราสงบ ชีวิตเริ่มมีสติกำกับมากขึ้น มันก็เริ่มเห็นอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่เคยเห็น เห็นทุกข์ไวขึ้น จมกับมันน้อยลง แต่ขั้นตอนนี้ใช้เวลานานเป็นปีเหมือนกัน ล้มลุกคลุกคลานอยู่อย่างนั้น กว่าใจมันจะค่อยๆ ปล่อยมือจากทุกข์ที่กอดเอาไว้

มันทำให้เริ่มมองเห็นว่าสถานการณ์รอบตัวเราจริงๆ แล้วมันก็เปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลา แต่เป็นใจเราเองที่ไม่เข้าใจความเปลี่ยนแปลงนั้น ใจเราเองที่ไม่ยอมปล่อยจากเรื่องที่เกิดขึ้นและผ่านไปแล้ว เก็บสะสมมันเอาไว้จนหนัก พาให้เรื่องราวมันดูเหมือนใหญ่เกินกว่าเราจะรับได้ เริ่มค่อยๆ มองเห็นตัวเองชัดเจนมากขึ้น เห็นจิตใจของตัวเองที่เลวร้าย เห็นพฤติกรรมทั้งหมดของตัวเองที่ผ่านมา เห็นคำพูดที่พูดออกไปและผลกระทบที่เกิดกับใจผู้ฟัง

มันเริ่มเห็นความไม่สอดคล้องกันของจิตใจภายในลึกๆ ของสิ่งที่เราควรทำ สิ่งที่เราอยากทำจริงๆ กับการกระทำภายนอกที่เราส่งออกไป ค่อยๆ เข้าใจว่าความไม่กลมกลืนกันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราทุกข์

พอเริ่มเห็น วงจรมันก็เริ่มหมุนของมันเอง พาให้ใจเราเปลี่ยนแปลง การกระทำ คำพูด และใจที่เคยแข็งกระด้างก็ค่อยๆ อ่อนลง แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเมื่อก่อนเวลาคนในครอบครัวใช้ให้ทำอะไร ใจมันจะต้านแรงมากเพราะไม่เคยชิน จนตอนนี้ก็ทำได้เป็นปกติ ม๊าก็เหมือนรู้ใจใช้เราหนักหน่วงมาก บางทีอยู่ในระยะแขนตัวเองเอื้อมถึงยังใช้เราหยิบเลย (โถคุณแม่อะไรจะขนาดน้านนนน) บางจังหวะก็มี ”ปึ๊ด” เหมือนกัน “ปึ๊ด” แล้วก็เห็น เห็นแล้วก็ทำ เดี๋ยวสักพักมันก็หายไป

มีคนเคยบอกว่าครอบครัวเป็นสนามสอบที่ผ่านยากที่สุด แต่กวางก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ต้องลงสนามสอบนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้มีโอกาสได้เจอธรรมะ ได้เจอครูบาอาจารย์ ได้เจอกัลยาณมิตร ได้เจอสถานที่สัปปายะ มันเป็นความโชคดีที่ตอนแรกเราไม่เข้าใจ จนตอนนี้ที่ใจมันซาบซึ้งขึ้นมาจริงๆ ว่าสิ่งใดที่เกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ ไม่ว่าจะเป็นความทุกข์รูปแบบไหน มันเกิดขึ้นมาเพื่อสอนเรา และเมื่อวันที่เราผ่านไปได้สิ่งนั้นก็จะกลายเป็นบทเรียนให้กับเรา

ขอบคุณความทุกข์ ที่ทำให้พบธรรมะ ขอบคุณคอร์สครูสมาธิของหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร ขอบคุณม๊าที่พาให้รู้จักคอร์สนี้ คอร์สนี้เป็นคอร์สที่ช่วยสร้างรากฐานที่สำคัญของชีวิตในทุกด้านให้กับกวาง คือจิตใจที่เข้มแข็งและมั่นคงขึ้น ช่วยเปิดตาที่พร่ามัวให้มองเห็นความจริงจนสามารถเปลี่ยนชีวิตจิตใจของตัวเองได้ โดยไม่ต้องไปลงคอร์สปลดล็อคชีวิตตัวเองที่ไหน กวางขอแนะนำจากหัวใจเลยค่ะ

ตอนนี้ศูนย์อบรมน่าจะมีเกือบ 200 ศูนย์แล้วทั่วประเทศ แค่เฉพาะในกรุงเทพฯ ก็คิดว่าน่าจะเกือบ 20 ศูนย์แล้ว ของสระบุรีที่กวางไปอยู่ที่โรงพยาบาลมิตรภาพเมโมเรียล เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลศูนย์ทุกคนน่ารักมาก อาหารอร่อย รุ่นพี่ใจดี ครอบครัวเจ้าของโรงพยาบาลทุกคนก็ใจดีและทุ่มเทให้กับสถาบันอย่างเต็มที่ ขออนุโมทนาบุญกับครอบครัวคุณหมอเล็กและเจ้าของโรงพยาบาลท่านอื่นๆ ด้วยค่ะ

ใครที่สนใจลองหาเวลาไปเรียนเถิดค่ะ คอร์สนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเล่าเรียน แต่อาจจะมีค่าหนังสือนิดหน่อย เรียนฟรี กินฟรี เพราะที่นี่อยู่ด้วยเงินบริจาคจากลูกศิษย์ หาเวลาให้ตัวเองกันนะคะ เราจะได้หมดสงสัยเสียที ว่าความหมายของการเกิดเป็นชาวพุทธแท้จริงแล้วคืออะไร หากไม่ได้เรียน ไม่ได้ลองปฏิบัติก็คงได้แต่สงสัยตลอดไป คอร์สเริ่มเรียนวันเสาร์ที่ 19 สิงหาคมนี้ ลองเช็กข้อมูลได้ที่นี่ http://www.samathi.com/2016/index.php ของสระบุรีคือสาขา 110 โทร. 089–579–0504, 081–499–7489, 081–529–3353 ค่ะ

ปล. ขอสารภาพว่าตอนแรกกวาง หื้อ? กับชื่อสถาบันพลังจิตตานุภาพมากค่ะ แต่เรียนๆ ไปก็จะเข้าใจเอง ท่านตั้งชื่อได้ตรงสุดๆ เลยค่ะ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Scroll to Top