อ่านหนังสือคืออ่านโลก

สมัยเด็กๆ ประมาณม.2-ม.3 มีเพื่อนคนนึงที่เก่งภาษาอังกฤษมาก ตอนนั้นกวางกำลังสนใจเรื่องภาษาเลยถามเพื่อนว่าทำยังไงถึงเก่ง เพื่อนบอกคำเดียวว่าเวลาอ่านหนังสือไม่ต้องแปล ให้อ่านไปเลย

เพราะภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่เราเรียนกันมาตั้งแต่เด็ก ไวยากรณ์พื้นฐาน is am are เราพอรู้อยู่แล้ว ศัพท์พื้นฐานก็พอมี แต่เพราะคนส่วนมากชอบอ่านหนังสือไปเปิดแปลไปมันก็จะเสียเวลา ทำให้อ่านได้ไม่ต่อเนื่อง แล้วสุดท้ายเราก็จะเลิกอ่าน

แต่ถ้าใช้วิธีอ่านไปเลย อย่างน้อยมันก็จะพอเข้าใจบ้าง เดาเนื้อหาได้บ้างบางส่วน (เริ่มจากอะไรง่ายๆ ก่อนนะ) แล้วเดี๋ยวพอศัพท์คำไหนที่เจอบ่อยๆ ก็จะเริ่มรู้แล้วว่าคำนี้สำคัญก็ค่อยมาเปิดแปลเอา

กวางเริ่มจากหนังสือเล่มแรกคือแฮร์รี่ พอตเตอร์ อ่านเวอร์ชั่นภาษาไทยก่อน อ่านหลายครั้งจนจำเนื้อหาได้ (ตอนนั้นนะ) ว่าถ้าคนนี้พูดอย่างนี้ คนนี้จะตอบยังไง แล้วก็คิดได้ว่าหนังสืออะไรก็ตามภาษาต้นตำรับน่าจะสนุกสุด เลยเริ่มซื้อเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษมาอ่าน

แล้วมันก็เดาเนื้อเรื่องได้จริงๆ อ่านแล้วก็เดาไปเรื่อยๆ ในหน้านึงก็จะมีศัพท์ยากๆ ที่ไม่รู้ความหมายประมาณไม่เกินสิบคำ ก็ปล่อยมันไป ไม่เจอบ่อย ไม่สำคัญ ถ้าเจอบ่อยค่อยเปิดอีกที ทำแบบนี้มาตลอดตั้งแต่เด็ก (แต่ก็มีขีดไฮไลต์ศัพท์ที่ไม่รู้ทิ้งเอาไว้)

ตอนไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศก็ได้ไปเสริมเรื่องความสามารถในการฟังพูดเขียน แต่เรื่องอ่านเราพอได้มาตั้งแต่แรกแล้ว

ทุกวันนี้ก็ยังทำเหมือนเดิม ถ้าหนังสือเล่มไหนที่ต้นฉบับเป็นภาษาอังกฤษก็จะพยายามเลือกอ่านต้นฉบับ เพราะจะได้อรรถรสในการอ่านมากกว่า แล้วก็ได้ฝึกภาษาด้วย

เวลาไปเที่ยวที่ต่างๆ ก็จะชอบไปเข้าร้านหนังสือของจังหวัดนั้นๆ หรือประเทศนั้นๆ (ไปอยู่สองที่คือสวนสาธารณะเพื่อไปดูคนออกกำลังกายและร้านหนังสือ) ทำให้ได้เห็นวัฒนธรรมการอ่านของแต่ละที่

ที่ชอบที่สุดมาจนถึงบัดนี้คือ Eslite Bookstore ของไต้หวัน ไปมาหลายสาขาตอนไปเที่ยว ดีมากๆ แบบบรรยายเป็นคำพูดแล้วคงยาว ดีจนอยากจะร้องไห้ เอาเป็นว่าใครที่ชอบอ่านหนังสือถ้ามีโอกาสไปไต้หวันก็ห้ามพลาดค่ะ

ส่วนในไทยเองกวางก็มีร้านหนังสือในดวงใจซึ่งก็คือเอเชียบุ๊ค หลักๆ เลยคือเค้าเลือกหนังสือเก่ง ไม่ว่าจะภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ เดินเข้าไปเป็นต้องได้หนังสือออกมาทุกครั้ง ไม่ว่าร้านจะเล็กแค่ไหนเค้าก็ยังสามารถปล่อยหมัดเด็ดล่อลวงเราให้เสียตังค์ได้เสมอ

นอกจากมีหนังสือดีๆ ให้เลือกเยอะแล้วราคาของหนังสือต่างประเทศก็เรียกว่าเกือบจะพอๆ กับหนังสือไทยเลย เมื่อก่อนรู้สึกว่าหนังสือต่างประเทศจะราคาแพงกว่านี้ แต่ตอนนี้รู้สึกว่าราคาจับต้องได้มากขึ้น ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่า หรือหนังสือไทยราคาแพงขึ้น?

แม้แต่พนักงานที่ทำงานที่นี่ก็ดูจะเป็นนักอ่านกันทั้งนั้น ถามอะไรก็ตอบได้ และแนะนำได้ทั้งหนังสือภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

ทุกวันนี้ก็เลยฝากหัวใจและหัวสมองน้อยๆ เอาไว้ในร้านหนังสือร้านนี้ อยากให้คนได้อ่านหนังสือกันเยอะๆ เพราะถึงแม้โลกจะเป็นดิจิตอลไปมากแล้ว แต่ช่วงเวลาที่เราได้สัมผัสกับหน้ากระดาษในมือ คือช่วงเวลาที่เราได้ปิดจอ ทะลุเข้าไปอยู่ในโลกเบื้องหน้า และผ่อนคลายอย่างแท้จริง 🌿

“การอ่าน: มีคนเป็นล้านๆ คนที่ใช้ชีวิตมาก่อนพวกเรา ดังนั้นมันไม่มีปัญหาอะไรในโลกนี้ที่เป็นเรื่องใหม่เลย ไม่ว่าจะเป็นปัญหากับพ่อแม่ กับโรงเรียน กับการถูกกลั่นแกล้ง กับทุกๆ เรื่อง ทุกอย่างทุกปัญหาที่คุณกำลังเจอ มีคนเคยผ่านและเคยแก้มันมาก่อนแล้ว และไม่มีเรื่องไหนที่เค้าไม่เขียนไว้อยู่ในหนังสือ — วิล สมิธ”

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Scroll to Top