สภาวะทิ้งตัว

น่าจะเป็นอาการที่เหล่าคนรักกีฬาทั้งหลายเคยประสบมาบ้างอย่างน้อยก็สักครั้งนึง เป็นอาการที่อยู่ๆ วันนึงเราก็ไม่อยากขยับทำอะไรเลยนอกเหนือจากเรื่องที่จำเป็นต้องทำจริงๆ ส่วนเรื่องอื่นนั้นเราพร้อมที่จะทิ้ง~~~ ทิ้งไปอย่างไม่ไยดี รวมถึงการออกกำลังกายของเราด้วย

ของกวางนั้นฝึกโยคะมาแล้วแปดปีสภาวะแบบนี้เรียกว่ามาเป็นระยะๆ

โดยปกติแล้วกวางจะรู้จักนิสัยตัวเองเรื่องนี้ดีเลยจะลงคอร์สเรียนโยคะต่อเนื่องไว้อย่างสม่ำเสมอ มีขาดแค่ช่วงสองปีที่ออกไปตระเวนเรียนตามสตูดิโออื่น ซึ่งช่วงนั้นก็จะล่องลอยนิดนึง แต่พอกลับมาฝึกที่หฐราชาโยคาศรมเป็นหลักแล้ว ก็ไม่เคยมีช่วงไหนที่ขาดการลงคอร์สทิ้งไว้เลย

นิสัยช่างอดออมบังคับเราได้เสมอ (ขี้งกนั่นแหละ 😆)

แต่ถึงแม้จะป้องกันตัวเองไว้แล้ว พอสภาวะทิ้งดิ่งเกิดขึ้นจริงๆ ความขี้เกียจก็เข้าครอบงำจนรู้ตัวอีกทีเวลาก็ผ่านไปร่วมเดือน

ของคนอื่นอาการทิ้งตัวอาจจะหมายถึงการไม่ขยับทำอะไรเลยนอกจากทำงาน กลับบ้าน ดูซีรีย์ และนอน แต่ของกวางด้วยว่าเปิดสตูโยคะของตัวเอง (เป็นการป้องกันตัวเองชั้นที่สอง) อย่างน้อยที่สุดก็ยังต้องลากตัวเองไปสอน มีแค่เรื่องฝึกส่วนตัวนี่แหละที่เหลวไหลไม่เป็นท่า

เป็นช่วงจังหวะที่งานอื่นเยอะ เรื่องที่ต้องคิดก็เยอะ และที่สำคัญคือเราไม่รู้จักที่จะหยุด

เราเหมือนหนูปั่นจักรที่ไม่รู้ว่าต้องหยุดที่ตรงไหน ความคิดมันหมุนในหัวอยู่ตลอด ทำให้ล้าไปหมดโดยเฉพาะจิตใจ แล้วพอใจล้าเราก็หมดแรงที่จะฝึก

การฝึกโยคะด้วยตัวเองแต่เดิมก็เป็นเรื่องที่ยากอยู่แล้ว เพราะเป็นอะไรที่ใช้พลังใจเยอะ พอยิ่งมาเป็นการฝึกสายอัชทางก้าที่ใช้ร่างกายค่อนข้างเยอะ ช่วงไหนที่ใจป้อแป้มันก็ส่งผลให้ไม่อยากฝึก อยากนอนทิ้งตัวหรือหนีไปวุ่นกับเรื่องในหัวแทน

ทีนี้ประเด็นคือจะพาตัวเองกลับมาฝึกได้ยังไง?

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับตัวเองก่อนว่าสิ่งเหล่านี้เป็นวัฏจักรอันแสนจะธรรมดาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนออกกำลังกายทุกคน ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดกับตัวเอง อยากพักก็พัก พักให้เต็มที่ พอพักจนพอแล้วมันจะรู้เองว่าตอนไหนควรเริ่มกลับได้แล้ว

ถ้าเหตุผลที่เราหยุดฝึกไปเป็นเพราะงานยุ่งหรือปัญหาชีวิตเยอะ เราก็ควรต้องตระหนักกับตัวเองระลอกสองว่าการจัดการงานและปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพกับไม่มีประสิทธิภาพนั้นไม่เหมือนกัน

จิตใจที่ได้รับการออกกำลังอย่างสม่ำเสมอนั้นมีความพร้อมมากกว่าในการเผชิญกับปัญหาและในการทำงานทุกๆ อย่าง ยิ่งปัญหามันใหญ่ใจเรายิ่งต้องเข้มแข็ง มีแต่สติเท่านั้นที่ช่วยเราได้ในเวลาแบบนี้ แล้วสติจะเกิดได้ยากมากถ้าเราไม่รู้จักหยุดเพื่อที่จะชาร์จแบตเตอรี่ให้กับจิตใจของเรา ซึ่งวิธีของหลายๆ คนก็จะแตกต่างกันไป แต่ของกวางก็คือต้องพยายามที่จะพาตัวเองกลับมาฝึกให้ได้

อย่าปล่อยมันไปเรื่อยๆ ใช้คำอ้างว่าเดี๋ยวก่อนๆ แต่ไม่เคยเกิดขึ้นสักที

ทางที่ดีหาทางจดลงไปในตารางให้ชัดเจนเลยว่าวันไหนบ้างที่จะฝึก ของกวางใส่ลงตารางแทบทุกวันตลอดเดือนที่หยุดฝึกไป แน่นอนว่ามันล้มเหลวแต่อย่างน้อยมันก็เป็นสิ่งที่คอยสะกิดเรา

พอผ่านไปหนึ่งเดือน จิตสำนึกมันก็เตือนตัวเองแล้วว่า แย่แล้วนะ ถ้าปล่อยไปแย่แน่ๆ ต้องดึงตัวเองกลับมาให้ได้

กวางก็เริ่มจากวิธีง่ายๆ กำหนดวันฝึกใส่ในตารางเหมือนเดิม แล้วนอกเหนือจากนั้นกวางใช้วิธีปูเสื่อโยคะรอไว้เลย กางเสื้อผ้าออกกำลังกายรอไว้ตั้งแต่คืนก่อนหน้า วิธีนี้อาจจะไม่ได้ผลทุกครั้งแต่อย่างน้อยมันสร้างความเคยชินให้เราในการกลับมาออกกำลังกายอีกครั้ง

บางวันตื่นมาใส่เสื้อผ้าเรียบร้อย ไหว้พระอาทิตย์หนึ่งรอบเสร็จลงมานั่งเฉยๆ บนเสื่อก็มี ช่วงแรกๆ อาจจะเป็นแบบนั้นบ้างแต่พอทำบ่อยเข้า เราอาจจะเริ่มไหว้พระอาทิตย์จบ ต่อไปเราอาจจะฝึกท่ายืนจบ แล้วต่อไปเราก็อาจจะฝึกจนจบท่าสุดท้ายได้

ค่อยๆ ให้กงล้อมันหมุนทีละนิดทีละนิด พอรู้ตัวอีกทีเดี๋ยวเราก็จะหลุดจากช่วงนี้ได้

สำหรับกวางการชนะตัวเองได้ในทุกๆ วันแบบนี้สร้างกำลังใจให้กวางมากในการทำงานอื่นๆ ในชีวิต ไม่ว่างานหรือปัญหาจะเล็กหรือใหญ่ไม่มีอะไรที่เราเผชิญไม่ได้ถ้าใจเราเข้มแข็งพอ รู้แบบนี้แล้วก็ก่อร่างสร้างใจต่อไป อย่าหยุด อย่าหยุด ท้อได้แต่อย่าถอย ล้มได้แต่อย่าหนี

และบอกตัวเองซ้ำๆ พาใจกลับมาฝึกให้ได้ ✌🏻

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Scroll to Top