วางยา

ด้วยความที่มีอาจารย์เป็นคุณหมอและมีความรู้เรื่องศาสตร์อายุรเวท ทำให้ได้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการใช้ชีวิตมาพอสมควร ในอีกแง่หนึ่งก็เหมือนโดนวางยาทำให้เรารู้จักระมัดระวังในการใช้ชีวิตมากขึ้น บางเรื่องก็น่าสนใจเลยจะขอแชร์เอาไว้เผื่อใครอยากลองเอาไปทำดู

– ดื่มน้ำส้มสายชูหมักผสมน้ำเปล่าทุกเช้า ช่วยให้ตัวเย็นลงสำหรับคนตัวร้อนง่ายและออกกำลังกายเยอะ แก้หวัด เพิ่มภูมิต้านทาน ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย แต่ข้อสำคัญคือเวลาดื่มให้ใช้หลอดดูด เพราะน้ำส้มสายชูหมักมีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งจะไปกัดอินาเมลที่เคลือบฟันได้ ถ้าใช้หลอดดูดมันก็จะลงคอไปเลยไม่ต้องผ่านฟัน

– ดื่มน้ำมะนาวโซดา ช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า กระตุ้นระบบขับถ่าย ช่วยไล่ก๊าซแปลกปลอมในร่างกาย เพราะน้ำโซดาสามารถดูดซึมเข้าสู่เซลล์ได้ดีกว่าน้ำเปล่า ถ้าผสมมะนาวก็สามารถเข้าไปทำลายเซลล์ที่กำลังจะกลายพันธุ์ได้ แต่ถ้าเป็นมะเร็งแล้วไม่ช่วย คือเป็นเชิงป้องกันมากกว่า (แม้เรื่องนี้จะยังเป็นที่ถกเถียงกันแม้แต่ในต่างประเทศซึ่งก็ต้องรอการยืนยันต่อไป แต่อย่างน้อยเรื่องขับถ่ายก็ดีขึ้นแน่นอน แล้วก็อร่อยซะด้วย) ดื่มสูตรนี้ก็ต้องใช้หลอดดูดเช่นกัน

– ถ้าไม่อยากแก่ไวให้ดื่มน้ำอุ่น หรือน้ำอุณหภูมิห้อง เพราะร่างกายคนเรามีอุณหภูมิสูง โดยจะสูงมากแถวหลอดอาหารถึงลำไส้เล็ก ทำให้เมื่อเราดื่มน้ำเย็นเข้าไปร่างกายต้องเพิ่มอุณหภูมิลำไส้เพื่อต้มน้ำนั้นให้มีอุณหภูมิเท่ากันก่อนที่จะดูดซึมได้ แต่กลับกันถ้าเราดื่มน้ำอุ่นตัวจะเย็นลง ลำไส้จะเย็นลง เหมือนคนในแถบทะเลทรายที่ชอบดื่มชาร้อนหลังกลับมาจากข้างนอกเพราะช่วยให้ตัวเย็นลง

(นึกถึงอีกเรื่อง อาจารย์เคยเตือนว่าถ้าไปเที่ยวแถวทะเลทราย ห้ามใส่เสื้อผ้าที่เปิดผิว ให้ใส่เสื้อแขนยาวปิดๆ แต่เป็นผ้าที่ผิวยังหายใจได้เหมือนพวกตะวันออกกลาง เพราะเวลาที่เหงื่อออกมันก็จะยังไหลเวียนอยู่ในเสื้อผ้าทำให้ตัวเย็น แต่ถ้าเปิดหมดเหงื่อก็จะระเหยออกไปแถมระเหยไว ทำให้ร่างกายขาดน้ำอาจช็อกได้)

– เวลาไปตามห้องน้ำสาธารณะให้เช็ดโถนั่งทุกครั้ง ใครเป็นขี้กลากขี้เกลื้อนบ้างเราก็ไม่รู้ ป้องกันไว้ดีกว่า

– ห้ามกินของทอด ห้ามกินของทอด ห้ามกินของทอด เพราะมีแต่สารก่อมะเร็งทั้งนั้น

– หัดเคี้ยวข้าวสองข้าง เพราะถ้าเราเคี้ยวอาหารข้างเดียว กล้ามเนื้อสองข้างก็จะพัฒนาไม่เท่ากัน อาจทำให้แก้มย้วยได้

– โรคส่วนมากที่คนเป็นกันเกิดจากการกินทั้งนั้น หยุดกินเสียบ้างจะได้ไม่เป็นโรค อาจารย์แนะนำให้ฟาสติ้งอาทิตย์ละ 1 วันได้จะดีมาก (ฟาสติ้งก็มีหลายแบบ จะงดอาหารไปเลยทั้งวันหรือทานแค่ผลไม้ชนิดเดียวทั้งวันนั้นก็ได้ แต่อดไปเลยจะดีกว่า) เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายเอาของที่สะสมเป็นส่วนเกินเอาไว้ออกมาใช้ให้หมด

– วางแผนการออกกำลังกายตั้งแต่ช่วงอายุ 26–50 ปี เพื่อไม่ให้ไปสะสมจนเป็นโรคภัยในวัยที่อายุเยอะขึ้น ออกกำลังกายวันเว้นวัน ทานอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนเต็มที่ เพื่อให้มีวัยแก่ที่สมบูรณ์แข็งแรง บางคนพอช่วงอายุขนาดนี้ใช้พลังชีวิตไปกับการทำงานเยอะมาก ทำให้สะสมกลายเป็นโรคภัยต้องเอาเงินมาใช้รักษาตัวแทน

– หัดชาร์จแบตเพิ่มพลังชีวิตให้ตัวเองบ่อยๆ วิธีชาร์จแบตที่ดีที่สุดคือการนั่งสมาธิ

สิ่งเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของสิ่งที่เคยเรียนมา แต่ถามว่าส่วนตัวทำได้มั้ย ก็ตอบเลยว่ายังไม่ได้ ก็เลยยังตัวร้อนขึ้นๆ ลงๆ อยู่แบบนี้ เพราะสอนเสร็จก็อยากจะกินของทอด กินพิซซ่า กินขนมหวาน สุขภาพมันเลยยังไม่เข้าที่สักที แต่ก็พยายาม พยายามหักห้ามใจ ฝืนๆ มันไว้ วันหนึ่งที่ทำได้คงมาถึงสักวัน 😊🍕🍔🍰

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Scroll to Top