กินคลีนคือกินสมดุล

ข้าวขาหมูเปี่ยมคอลลาเจน พร้อมพริกน้ำส้มช่วยเพิ่มการดูดซึม ตามด้วยกระเทียมสัก 5–6 กลีบช่วยลดคอเลสเตอรอล

ใครบอกว่าเป็นครูโยคะต้องเคร่งครัดมากมายกันเล่า ครูโยคะก็คนคนหนึ่งนะคะ สบายๆมีความสุขก็ทำไป เอาที่พอดีๆ ผักบ้างเนื้อบ้าง ข้าวบ้างก๋วยเตี๋ยวบ้าง อะไรดีไม่ดี ร่างกายของเรารู้ดีที่สุด ซื่อสัตย์ต่อตัวเองและอย่าตามใจ “ปาก” ตลอดเวลาก็นับว่าใช้ได้

วันก่อนอ่านเรื่องที่แชร์ต่อๆกันมาเกี่ยวกับน้องคนหนึ่งที่โหมออกกำลังกายและเน้นการกินคลีน(แบบไม่ถูกต้อง)จนป่วยเกือบตายแล้วสลดใจเล็กๆ เลยคิดว่าจะเขียนเรื่องอาหารบ้าง

วัฒนธรรมการกินคลีนบ้านเรานับเป็นกระแสที่ดีแต่สิ่งนึงที่คิดว่าแปลกคือ ชุดความคิดที่ว่ากินคลีนคือกินสลัด กินปลา กินผลไม้ตลอดเวลา กินผักฝรั่งอย่างบล็อคคอลี่ แครอท มันฝรั่ง เป็นเรื่องที่เคยคุยกับเพื่อนสนิท(บ้ากีฬาทั้งคู่)ว่าหนังสือนิตยสารบางหัวที่ซื้อลิขสิทธิ์มาจากเมืองนอก ควรจะมีการดัดแปลงเนื้อหาให้เข้ากับท้องถิ่นกันบ้าง เพราะทุกวันนี้ที่เห็น อกไก่ก็อกไก่อยู่อย่างนั้น คินัวก็คินัวตามนั้น ทั้งที่จริงๆแล้วผักและอาหารต่างๆบ้านเรามีความหลากหลายกว่าของเค้าแบบเทียบกันไม่ได้ แล้วทำไมถึงไปจำกัดเมนูสุขภาพกันอยู่แค่นั้นหนอ

น่าจะมีการปรับเปลี่ยนมาเป็นน้ำพริก ผัดผัก ต้มจืดกันบ้าง อาหารบ้านเรานอกจากจะหลากหลาย ผักบ้านเราก็สุดยอดจะตาย บวบ มะระ ฟักทอง กระเจี๊ยบ ตำลึง ชะอม อยู่ทางยุโรป อเมริกานี่หากินไม่ได้นะเออ คุณค่าทางอาหารก็สูง ปลูกก็ง่าย ขึ้นได้แต่ในภูมิอากาศบ้านเรา เป็นของท้องถิ่นที่กระบวนการปลูกกระทบสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าและมีความต้านทานโรคสูงกว่า

เทียบกับของที่มาจากที่ไกลๆ ผ่านอะไรมาบ้างก็ไม่รู้ วันก่อนก็เพิ่งมีประเด็นเรื่องปลาที่ใส่สีผสมอาหารจนได้สีสวยเป็นที่ต้องการของตลาด แล้วที่พีคคือสีพวกนี้ได้รับอนุญาตให้ใช้ได้เพราะว่าปลอดภัยต่อร่างกายคน นอกจากจะขนมาไกล ใส่สี กินอาหารเม็ดแล้ว ยังมีข้อไหนทำให้มันถูกจำกัดว่าเป็นอาหารคลีนตามพจนานุกรมได้อีกหนอ ว่าแล้วก็ใช้คำของญาติเพื่อน(ยืมนะเอิง)

“ฉุกคิดกันบ้างนะลูก”

กินคลีนคือกินสมดุล กินง่ายๆ ฉลาดเลือก กินแบบที่ปู่ย่าตายายเรากินนี่แหละ ป่วยน้อยที่สุด

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Scroll to Top