การปฏิบัติ

เมื่อวานตอนเช้าหลวงพ่อที่เคารพนับถือโทรหา เพราะที่บ้านกวางกำลังจะออกเดินทางไปทริปทำบุญกับท่านแต่กวางไม่ได้ไปด้วย ท่านคงสงสัยเพราะปกติไม่ค่อยพลาด

ก: นมัสการเจ้าค่ะหลวงตา (ในมือถือพิมพ์ไว้แบบนั้น และเพิ่งตื่นสมองคิดไม่ทัน)

หลวงพ่อ: เอ้อ น้องกวางช่วงนี้ทำอะไรอยู่ล่ะ (ในใจคงคิด เราเป็นหลวงตาตอนไหน)

ก: ช่วงนี้สอนโยคะเจ้าค่ะ (+เรียน +เที่ยวเล่น)

แล้วหลวงพ่อก็เล่าให้ฟังว่าท่านเพิ่งมาเป็นอาจารย์สอนที่ยุวพุทธิกสมาคมเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาแล้วที่นั่นขาดครูสอนโยคะ แต่เกรงใจคิดว่ากวางไม่น่าจะว่าง กวางก็บอกไปว่าถ้าคราวหน้ามีอีกให้บอกได้เลย กวางยินดีไปเสมอจะได้ถือโอกาสไปกราบหลวงพ่อด้วย (ปกติท่านอยู่ภาคอีสาน) แล้วก็ถือโอกาสถามท่านเรื่องการปฏิบัติว่า

ก: หลวงพ่อคะช่วงนี้ปฏิบัติแล้วจิตใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเลยเจ้าค่ะ

หลวงพ่อ: โอ้ย อันนั้นน่ะไม่ยากเลย มันปฏิบัติน้อยไป (ตึ่ง!)

แล้วท่านก็เมตตาสอนให้ว่า เพราะเราใช้ชีวิตอยู่แต่กับทางโลก เราเคยชินกับแบบไหนจิตใจมันก็ไปทางนั้น อย่างหลวงพ่ออยู่กับศีล สมาธิ ปัญญา ทาน ศีล ภาวนา อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา จิตใจมันก็มาทางนี้ ให้เราพยายามฝึก อย่าให้มันมีอคติมาก พยายามปล่อยวางให้ได้ (แล้วก็อีกหลายๆอย่างแต่ลืมไปแล้ว รู้แต่ว่าฟังไปแล้วน้ำตารื้น) หลวงพ่อเงียบไปแป๊บนึงแล้วก็บอกว่า หลวงพ่อน่ะสงสารเค้านะคนที่เค้าไปเที่ยว ไปกิน ไปเล่น มันไม่ใช่ทาง มันไปเพลินอยู่กับทางนั้นแล้วปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไป เอ้าระฆังเค้าตีเรียกเข้าศาลาแล้ว หลวงพ่อต้องไปแล้ว

ก: เจ้าค่ะ ขอบพระคุณเจ้าค่ะหลวงพ่อ นมัสการเจ้าค่ะ

หลวงพ่อ: เอ้าๆ สาธุ

เหมือนหลวงพ่อมาเตือนสติตอนที่กำลังจะจมน้ำ เพราะตั้งแต่เปิดคลาสเพิ่มรู้เลยว่าร่างกายและหัวสมองต้องปรับกระบวนใหม่ แล้วยิ่งช่วงนี้ชีวิตก็สนุกกับทางโลกมากไปพาเอาใจฟุ้งซ่านมากขึ้น เลยพอจะเข้าใจว่าชีวิตมันคือการเรียนรู้ปรับตัวไม่มีที่สิ้นสุด ต้องนอนมากขึ้น ต้องกินมากขึ้น ต้องปฏิบัติมากขึ้น เพราะกำลังเรายังไม่พอที่จะช่วยตัวเองได้ตลอดรอดฝั่ง ก็มีแต่ต้องใส่ความเพียรเพิ่มเข้าไป หน้าที่เรามี เป้าหมายเรามี ก็แค่ทำให้ดีที่สุด ผ่อนคลายบ้างตามโอกาสแต่อย่าเพลินก็พอ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Scroll to Top